บลอกอาจารย์โจ้

Posts tagged ‘โปรแกรม’

โปรแกรมสร้างไดอะแกรม

Draw_IO_2017

https://www.draw.io/

คลิปสตูดิโอเพนท์

Screenshot_of_ClipStudio_2014

โปรแกรมวาดภาพน่าสนใจ ราคาตัวพื้นฐาน 49.99 เหรียญสหรัฐ

ลิงก์ที่เกี่ยวข้อง

โปรแกรมวัดความสว่าง

image

บนแอนดรอยด์มีโปรแกรมประยุกต์ที่ใช้วัดแสงได้ด้วย เช่น Light Meter ที่รายงานค่าออกมาเป็น lux ไม่แน่ใจว่าแม่นหรือไม่ นอกจากนี้ยังเห็นว่าวัดความเร็วลมก็ยังได้โดยวิเคราะห์จากเสียงที่ตรวจจับได้ด้วยไมโครโฟนของอุปกรณ์

บริษัทพัฒนาเกมส์เจ๊งภายใน 13 ปี

GameDevTycoon_Tofu_Studio_540px_2013

ดูคนอื่นเล่นเกมที่ชื่อว่า Game Dev Tycoon ของ Greenheart Games แล้วอยากเล่นเองมาก จนถึงขั้นเสียตังค์ซื้อมาเล่นเอง

สตูดิโอเต้าหู้

การเอาชื่อหมาที่เพิ่งตายไปของที่บ้านมาตั้งเป็นชื่อบริษัทดูเหมือนจะไม่ใช่ความคิดที่ดี เพราะหลังจากเปิดกิจการได้ไม่นาน คือประมาณ 13 ปี บริษัทก็ล้มละลายเพราะหนี้สินพอกพูนเกิน 200,000 เหรียญ ในขณะนั้นมีทางเลือกว่าจะกู้เงินมารักษากิจการหรือล้มละลายไปเลยได้

ปัญหาที่คิดว่าทำให้สตูดิโอล้มละลายเกิดจากปัญหาใหญ่ได้แก่

  • การลงทุนสร้างระบบพัฒนาเกมส์ (game engine) ที่แพงมาก
  • งบการพัฒนาเกมขนาดกลาง (medium game) ที่แพงมากจากการมีระบบที่แพงมาก
  • แม้จะใช้ระบบที่การลงทุนพัฒนาเกมส์ที่สูงแต่กลับได้เกมคุณภาพไม่ดี ผลการรีวิวออกมาไม่ดี ขายไม่ได้
  • การเลือกหัวข้อในการสร้าง ประเภทของเกมส์ เครื่องที่พัฒนาเกมส์ให้ และกลุ่มผู้เล่นเกมส์ไม่สอดคล้องกัน
  • และคงมีอีกหลายปัญหา

สตูดิโอใหม่

…ในอีกมุมหนึ่งของโลก มีบริษัทใหม่เกิดขึ้นมาชื่อว่า New Leaf Studio ที่มุ่งเน้นการสร้างเกมที่หลากหลายเหมาะกับทุกๆคน อันเป็นหัวใจสำคัญของบริษัท มาติดตามกันต่อไปว่าสตูดิโอแห่งใหม่นี้จะประสบความสำเร็จหรือไม่

ลิงก์ที่เกี่ยวข้อง:

ลองโปรแกรมพิคส์อาร์ต

มีเพื่อนถามว่าโปรแกรมอย่าง PicsArt ใช้งานได้ไหมหากไม่ได้เชื่อมต่อกับอินเตอร์เน็ต เนื่องจากไม่เคยใชจึงต้องโหลดมาจาก Google Play เสียก่อน

image

หน้าจอหลัก (home) มีลักษณะเช่นนี้บน Samsung Galaxy Tablet 8.9 ของผม โดยเมื่อเล่นแบบไม่ได้ต่ออินเตอร์เน็ต พบว่าการถ่ายภาพ การแก้ไขภาพบางอย่างสามารถทำได้ สิ่งที่ทำไม่ได้ก็คือบางอย่างเช่นการนำภาพหลายๆภาพมาเรียงกันในกรอบที่ต้องต่ออินเตอร์เน็ต แต่หากเป็นการนำภาพมาเรียงกันเป็นตารางสามารถทำได้แม้ไม่ต่ออินเตอร์เน็ต

image

ลองเอาภาพหน้าปกดีวีดี Star Trek IV มาลองเล่นดูได้ผลออกมาดังภาพ ที่ผมชอบมากที่สุดเห็นจะเป็นการใส่ประกายให้กับภาพเพราะผมจะเอาไปแต่งภาพของกินที่แต่เดิมผมต้องใช้โปรแกรม PhotoScape บนคอมพิวเตอร์ทำ (แต่ลักษณะของประกายที่ได้ยังแตกต่างกันอยู่)

โปรแกรมเช็คระดับแบเตอรี่

image

ทดลองใช้โปรแกรมบอกระดับไฟในแบเตอรี่ซัมซุงแกแลกซี่แท็บเล็ต 8.9 มาได้สักระยะด้วย Battery indicator ซึ่งก็พบว่ามันก็บอกค่าเดียวกับที่แท็บเล็ตแสดงออกมาแยู่ดี ไม่เห็นมีอะไรแตกต่าง แล้วในกรณีที่ระดับไฟเปลี่ยนจาก 40% ไปเป็น 3% อยู่หลายครั้งมันก็ช่วยบอกอะไรเป็นชิ้นเป็นอันไม่ได้ ผมเลยลบออกจากเครื่องไปเป็นที่เรียบร้อยก่อนที่จะทาโพสต์บันทึกนี้

การวาดท้องฟ้า

ในบทต่อไปในหนังสือ “คู่มือวาดสีน้ำสำหรับผู้ไม่ประสงค์เข้าห้องเรียน” หรือ “วาดสีน้ำง่ายๆ สไตล์ครูอุ๋ย: ทิวทัศน์” ให้ลองวาดท้องฟ้าครับ สำหรับผมคิดว่างานนี้ไม่ง่ายเลย เพราะมันหลากหลาย และทำอย่างไรให้มันเหมือนหรือเป็นศิลปะ

ภาพข้างบนนี้ประกอบด้วยขั้นตอนต่างๆ สำหรับภาพวาดท้องฟ้าเปียกๆ

  • ในการระบายสีน้ำจริง เริ่มจากละเลงน้ำลงบนกระดาษให้เปียก เสร็จแล้วลงสีเหลืองอ่อน
  • บนโปรแกรม Corel Painter Essential 3 ของผม ก็คงทำได้แค่ลงสีเหลืองอ่อนเป็นพื้น (ใช้พู่กันแบบ wash brush)
  • สีจริง: ใช้พู่กันแต้มสีฟ้า แล้วเอียงกระดาษให้สีไหลลงมาข้างล่าง เหมือนเป็นฝนตก
  • สีดิจิตัล: ผมไม่มีคำสั่งเอียงกระดาษ ก็เลยใช้พู่กัน diffuse water ลงสีฟ้า แล้วใช้ simple water brush ช่วยเติมเอฟเฟคแบบที่คนปกติเขาเอียงกระดาษกัน เปรียบเทียบผลลัพธ์จะไม่เหมือนกัน แต่ผมก็ยอมรับได้ ได้ภาพท้องฟ้าฉ่ำๆขึ้นมาหนึ่งภาพในเวลาไม่กี่นาทีครับ

ภาพถัดไปจะวาดท้องฟ้าอีกแบบหนึ่ง

ภาพข้างบนเป็นแบบที่ในหนังสือบอกให้วาดท้องฟ้าชุ่มฉ่ำ โดยใช้สีเพียงสีเดียว โดยเริ่มต้นด้วยการทำกระดาษให้เปียก เสร็จแล้วใช้สีน้ำเงินระบายด้วยลีลาเส้นที่หลากหลาย สิ่งที่ทำได้ในโลกดิจิตัลที่ไม่มีกระดาษเปียกให้เตรียม ผมก็เลยใช้พู่กันแบบ diffuse water ระบายเป็นเส้นเล็กๆ แล้วก็ซ้ำไปซ้ำมาจนเส้นมันใหญ่ แต่ก็ไม่เหมือนแบบที่ใช้พู่กันจริงๆ เลยตกแต่งด้วย simple water brush ต่อด้วยสีเดิม …ทำไปทำมาเลยเหมือนมีพายุ หรือไม่ก็ดูไม่เหมือนท้องฟ้าเท่าไหร่

ท้องฟ้าแบบแห้งๆ ก็ทำได้โดยไม่ต้องระบายลงบนกระดาษก่อน ในการใช้สีจริงเขาก็ให้ใช้สีน้ำเงินกับสีเหลืองป้ายๆลงไปก่อนที่มันจะแห้ง บนโลกดิจิตัล ผมก็คิดว่าใช้พู่กันแบบที่ชื่อว่า dry brush เลยแล้วกัน ลงสีน้ำเงินกับสีเหลืองก็จะได้ท้องฟ้าแบบภาพข้างบนมา ซึ่งแบบที่สามนี้ใช้เวลาน้อยกว่าสองแบบแรกเสียอีก

ลิงก์ที่เกี่ยวข้อง:

วาดภาพทิวทัศน์ด้วยสีน้ำดิจิตัล

นอกจากที่ผมจะได้ฝึกการใช้ Bamboo Pen&Touch ในการวาดภาพสีน้ำแล้ว ผมก็จะฝึกวาดภาพทิวทัศน์ซึ่งเป็นแบบที่ไม่ถนัดไปในตัว โดยจะใช้คู่มือวาดสีน้ำสำหรับผู้ไม่ประสงค์เข้าห้องเรียน (อะไรจะเหมาะปานนั้น) ของครูอุ๋ย (อนันต์ ประภาโส) สำนักพิมพ์สิปประภา ที่ผมซื้อมาในกองหนังสือมือสองงานสัปดาห์หนังสือที่คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ในเล่มมีเนื้อหาดังที่ปรากฎในสารบัญดังนี้

  • ทำไมต้องสีน้ำ?
  • เมื่อ สี กับ น้ำ มาพบกัน ความงามจึงบังเกิด
  • เลือกสีน้ำ สำหรับการเริ่มต้น
  • มาทำความรู้จักกับกระดาษวาดสีน้ำกันหน่อยดีไหมครับ
  • สีน้ำ accessories
  • ระบายฝันด้วยพู่กันของคุณ
  • เล่นกับสี
  • เธอเห็นท้องฟ้านั่นไหม
  • ภูเขาวาดง่ายกว่าที่คิด
  • ไปทะเลกันดีกว่า
  • ปลูกต้นไม้ด้วยสีน้ำ
  • ภาพลึก แต่ไม่ลับ
  • บ้าน วัด เมือง
  • โปสการ์สีน้ำ สุขใจผู้ให้ ซึ้งใจผู้รับ

ทำไมต้องสีน้ำ

ผู้เขียนบอกว่ามีคนอยากเรียนการวาดภาพสีน้ำกันมาก พร้อมให้เหตุผลต่างๆนานา ซึ่งผู้เขียนได้ให้ความเห็นในประเด็นต่างๆเหล่านั้น

  • ผู้เขียนเห็นด้วยว่าสีน้ำมีความอ่อนหวาน สดใส ชุ่มชื่น เวลามองสีน้ำแล้วลูกสึกสบายใจ จิตใจผ่อนคลาย แต่ก็ให้ความเห็นว่าสีแบบอื่นก็ให้ความรู้สึกเช่นนั้นได้เช่นกัน
  • ผู้เขียนกลับไม่เห็นว่าสีน้ำวาดง่ายกว่าสีชนิดอื่น แต่เห็นว่าสีอะครีลิควาดง่ายกว่า โดยกล่าวว่ามันเป็นภาพวาดที่ไม่มีวันเสีย (เพราะลงสีทับได้เลยไม่ต้องลบ ไม่ต้องวาดใหม่)
  • ผู้เขียนเห็นด้วยว่าอุปกรณ์สีน้ำดูไม่ยุ่งยาก ซึ่งในประเด็นนี้ผมใช้คอมพิวเตอร์โน็ตบุ๊คกับ Bamboo Pen&Touch tablet วาด แต่ถ้าเป็นของจริงก็คงต้องมีกระดาษ ดินสอ สี พู่กัน และจานสี
  • ผู้เขียนให้ความเห็นว่าค่าใช้จ่ายในการวาดสีน้ำถูกกว่าสีแบบอื่นว่ามันอาจจะจริง แต่ถ้าเริ่มเก่งแล้วก็คงเริ่มอยากหาของดีๆ (และมักจะแพงๆมาใช้)
  • ผู้เขียนเห็นด้วยว่าสีน้ำดูไม่จริงจังเหมือนพวกสีน้ำมันหรือสีอะครีลิค โดยผู้เขียนมองภาพสีน้ำว่าเหมือนเรื่องสั้นจบในตอน
  • ผู้เขียนเห็นด้วยว่าการวาดภาพสีน้ำวาดเดี๋ยวเดียวก็เสร็จ

ผมชอบเหตุผลเรื่องความอ่อนหวาน สดใส ดูสบายตามากที่สุด ส่วนที่เหลือก็แล้วแต่กรณีครับ

เมื่อสีกับน้ำมาพบกัน ความงามจึงบังเกิด

ในบทนี้ผู้เขียนกล่าวถึงความหมาย เทคนิค และประวัติการวาดภาพสีน้ำ ผมอ่านแบบผ่านๆ แต่ก็ขอบตรงคำอธิบายที่ว่าสีน้ำมีลักษณะสีโปร่งใสเปล่งปลั่งงามเบาตา ลักษณะการระบายภาพสีน้ำยังใช้วิธีรบายเป็นบริเวณกว้าง รวดเร็ว ใช้สีผสมน้ำจนมีลักษณะจางๆ และใช้ความขาวของเนื้อกระดาษส่งเสริมความสดใส แจ่มจ้า

เลือกสีน้ำสำหรับการเริ่มต้น

ในหนังสือนั้นผู้เขียนเริ่มต้นสอนด้วยการแนะนำให้รู้จักหนึ่งในสิ่งสำคัญที่สุดของการวาดภาพสีน้ำ ซึ่งก็คือตัวสีน้ำ (watercolor) นั่นเอง ซึ่งผู้เขียนบอกว่าตอนเด็กๆพวกเราคงเคยเรียนวิชาศิลปะและใช้สีน้ำที่อยู่ในหลอดตะกั่วเล็กๆบีบออกมาผสมน้ำ ซึ่งจริงๆแล้วมันเป็นสีฝุ่น (tempera) ส่วนสีน้ำจริงจะมีอีกแบบหนึ่ง (ซึ่งคงแพงกว่า) มีทั้งคุณภาพระดับนักเรียนใช้ และแบบศิลปินใช้

สำหรับผมแล้วก็คงต้องเป็นโปรแกรม Corel Painter Essential 3 ที่มาพร้อมกับ Bamboo Pen&Touch tablet ของ Wacom

ผู้เขียนแนะนำถึงสีที่จำเป็นสำหรับการเริ่มต้นไว้ 14 สีดังนี้ (ซึ่งผมจะใช้วงล้อสี color wheel ที่เห็นในโปรแกรมลองเลือกสีที่คล้ายกันออกมาดู)

“ไม่ใช่ก็ใกล้เคียง” ครับ จากแถวบน ซ้ายไปขวา มีสีเหลืองอ่อน เหลืองสด สีแดง สีแดงกุหลาบ และสีส้มตามลำดับ แถวกลางมีสีน้ำตาลแดง สีน้ำตาลเข้ม สีน้ำเงินแบบ Ultramarine Deep และสีน้ำเงินแบบ Cobolt Blue Ultramarine แถวล่างสุดมีสีเขียว Veridian สีเขียว Hooker’s Green สีเขียว Sap Green สีำม่วงแดง และสีเทาครับ

ให้นั่งจิ้มในวงล้อใหม่คงไม่ตรงของที่โชว์รอบนี้ ผมเชื่อว่ามันคงมีสูตรผสม และถ้าเป็นคอมพิวเตอร์ 24bits ที่จะผสมสีได้ 16.7 ล้านสีมันก็คงมีรหัสตัวเลขฐานสิบหกของแต่ละสี แต่โปรแปรมที่ใช้ไม่ทราบว่ามีที่ให้ใส่รหัสสีหรือไม่ ก็เลยต้องใช้ตาดูบวกการประมาณเอาแบบที่เห็น

กระดาษวาดสีน้ำ

บทถัดมาเป็นเรื่องเกี่ยวกับกระดาษวาดสีน้ำ ซึ่งผู้เขียนกล่าวว่ากระดาษวาดสีน้ำ (watercolor paper) ในสมัยก่อนจิตรกรอาจถึงขั้นทำเอง ผสมผ้า ผสมฝ้าย ผสมนู่นี่นั่นเพื่อให้ได้คุณสมบัติที่ต้องการ แต่สมัยนี้ก็ซื้อเอามีหลายแบบหลายขนาด บางคนจะชอบกระดาษหนาๆ (ค่าปอนด์สูงๆเช่น 280-400 ปอนด์) แล้วก็มีเรื่องพื้นผิวของกระดาษว่าเป็นแบบไหน เช่นอาจจะเรียบจะขรุขระ

ผู้เขียนบอกว่าในเมืองไทยเราก็ใช้กระดาษ 100 ปอนด์วาดได้ แต่มันดูดสีน้ำได้จำกัด ทั้งนี้ได้อ้างถึงคำกว่าวที่ว่าอย่าระบายสีทับที่เดิมเกินสามครั้ง สีจะเน่าของอ.ศศิน หอสัจจกุลให้ฟังอีกด้วย

สำหรับผมที่ใช้ Corel Painter Essential 3 ซึ่งไม่ต้องเดินไปซื้อกระดาษให้เมื่อย สามารถเปลี่ยนชนิดกระดาษได้ 5 แบบ …ซึ่งปกติแล้วไม่ใช้กระดาษแบบพื้นฐาน (basic paper) มาตลอด เพิ่งลองแบบอื่นๆก็วันนี้ (ฮิๆ) โดยที่ไม่ทราบความหมายหรือความแตกต่างเท่าไหร่

  • Basic Paper
  • Pavement Paper (มันคืออะไร?)
  • Halftone Paper ที่น่าจะขรุขระมาก เห็นรอยชัดเจน
  • Handmade Paper …ดูไม่ออกว่าต่างกันอย่างไร
  • Smooth Watercolor Paper …อันนี้ท่าจะผิวเรียบที่สุด

เนื่องจากเป็นโปรแกรมคอมพิวเตอร์มันจึงมีระบบที่สามารถปรับตั้งค่าพื้นผิวได้เองอย่างที่เห็น (ซึ่งผมก็ไม่เคยปรับตั้งอะไรเลยเช่นกัน)

ลิงก์ที่เกี่ยวข้อง:

วิวัฒนาการกล้องและโปรแกรม

บทความที่อ่านมาจาก New Scientist พูดถึงวิวัฒนาการของกล้องและโปรแกรมที่อยู่ในกล้องเพื่อทำให้เราถ่ายภาพได้ดีขึ้นโดยที่เราไม่ต้องรู้อะไรเลย

“กล้องปัญญาอ่อน” ที่เราชอบเรียกกันนั้น จริงๆแล้วไม่ได้ปัญญาอ่อนแม้แต่น้อย แต่ที่ปัญญาอ่อนก็คือ…นั่นเอง

ภาพเอียง ก็คือภาพที่ไม่ได้วางในแนวขนานกับเส้นขอบฟ้า ต้องเอียงหัวเวลาดู แต่บางคนอาจจะมองว่าเป็นศิลปะ ซึ่งในกล้องปัญญาอ่อน หรือในมือถือก็จะมีตัววัดว่า “ภาพ” ขนานกับแนวเส้นขอบฟ้าหรือไม่ (พวก accelerometer)

การจับภาพใบหน้า เป็นโปรแกรมในกล้องที่ยอดมากในความคิดของผม เพราะทำให้กล้องโฟกัสไปที่ใบหน้าของคน ซึ่งมักจะเป็นสิ่งที่เราต้องการถ่ายภาพอยู่แล้ว นอกจากนี้ยังวัดแสงที่ใบหน้าได้อีก ทำให้ไม่หลงไปกับแสงของฉากหน้าและฉากหลัง ที่อาจทำให้หน้ามืดและสว่างเกินไป

พวกที่ชอบหันกล้องถ่ายภาพตนเอง หรือถ่ายภาพตนเองและเพื่อนฝูง คงเคยประสบปัญหาของการที่ไม่สามารถจัดองค์ประกอบภาพให้เหมาะสมได้เพราะมองไม่เห็นภาพที่จะอยู่ด้านหลังของกล้องหรือมือถือ ถ้าไม่เลือกใช้กล้องที่มี LCD สองด้านหรือกล้องที่พับหน้าจอได้ ก็อาจต้องพึ่งโปรแกรมจับภาพใบหน้าที่อาจจะส่งเสียงหรือสั่นเพื่อให้รู้ว่ามีภาพคนอยู่ในกล้องแล้ว

การจับภาพการยิ้ม คนที่ใช้กล้องปัญญาอ่อนก็มักจะถ่ายภาพครอบครัวและเพื่อนฝูงเป็นหลัก ซึ่งส่วนมากก็คงไม่อยากถ่ายภาพตอนโกรธหรือร้องไห้ แต่ต้องการภาพตอนยิ้ม ซึ่งจะเป็นช่วงที่ดูดี เวลาเอาภาพมาดูอีกทีก็มีความสุข โปรแกรมในกล้องก็กีระบบแบบที่จะถ่ายภาพทันทีที่จับการ “ยิ้ม” ได้เป็นต้น

ระบบตัวชี้วัดคุณภาพของภาพแบบง่ายๆ สำหรับคนใช้กล้องมือถือหรือกล้องปัญญาอ่อน ที่มักไม่สนใจเรื่องค่านู่นนี่นั่น มีโอกาสที่จะถ่ายภาพออกมาแล้วใช้ไม่ได้อันเนื่องมาจากค่าความไวชัตเตอร์ไม่เหมาะสม ค่าหน้ากล้องไม่เหมาะสม ค่าความไวแสงไม่เหมาะสม การมีตัวชี้วัดแบบง่ายๆแบบไฟจราจร เช่นสีแดงและเหลืองหมายถึงภาพนี้คงออกมาไม่ดีแน่ๆ ในขณะที่ถ้าเป็นไฟเขียวแสดงว่าถ่ายได้เลยติดชัวร์ๆ แต่ถ้าจะให้ดีกล้องต้องหาทางถ่ายให้ได้โดยหาทางปรับค่าพวกนี้เอง ซึ่งมักพบในระบบ “Auto” ของกล้องปัจจุบันอยู่แล้ว (ยกเว้นสถานการณ์ย่ำแย่จริงๆกล้องที่ไหนก็คงถ่ายภาพออกมาไม่ได้เหมือนกัน)

ภาพชัดลึกจากภาพชัดตื้น มีคนคิดโปรแกรมให้กล้องถ่ายภาพชัดลึกได้ แม้ตอนถ่ายแต่ละภาพจะเป็นภาพชัดตื้น (เพราะต้องใช้หน้ากล้องกว้าง เนื่องจากแสงน้อย หรือต้องการความไวชัตเตอร์สูง เพื่อหยุดการเคลื่อนไหว) ก็ให้เอาภาพที่โฟกัสคนละที่ด้วยหน้ากล้องกว้างมารวมกันในภายหลังก็จะได้ภาพชัดลึกขึ้น ทั้งนี้กล้องอาจต้องมีความสามารถของระบบประมวลผลมากหน่อย

เปลี่ยนภาพเบลอให้เป็นภาพชัด ก็มีคนคิดโปรแกรมออกมาช่วยเหมือนกันโดยอาศัยหลักการวิเคราะห์ความเบลอว่าเกิดจากการเคลื่อนที่แบบไหน แล้วก็ปรับแก้ไขภาพให้เบลอน้อยลงได้เป็นต้น

สมัยก่อนผมก็อยากเล่นกล้องแมนนวลเพื่อปรับนู่นปรับนี่เอง จะได้ควบคุมภาพถ่ายที่ได้ตามใจต้องการ แต่ปัจจุบันนี้ก็ใช้กล้องปัญญาอ่อนเหมือนกัน เวลาใช้กล้อง SLR ก็ปล่อยให้กล้องคิดที่เหลือให้ เปลี่ยนแต่หน้ากล้องด้วยโหมด AV เป็นหลัก

มักมีการแซวว่าอีกหน่อยคงสั่งให้กล้องถ่ายภาพให้แทนคนได้เลย หรืออาจจะมีเส้นนำ เหมือนเป็นภาพต้นแบบให้ไปวางทาบเวลาจัดองค์ประกอบภาพแล้วก็ถ่ายภาพตามนั้น โดยใช้ข้อมูล GPS และฐานข้อมูล “มุมมหาชน” แล้วทุกคนก็จะได้ภาพสุดยอดกลับบ้าน

ที่มา: Smarter cameras help you take slicker snaps – tech – 28 October 2011 – New Scientist.