บลอกอาจารย์โจ้

Posts tagged ‘มหิดลสิทธาคาร’

MU Blue Night 6

งานคืนสู่เหย้าชาวมหิดล หรืองาน MU Blue Night ที่จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 6 แล้วในรูปแบบเช่นนี้ แต่ปีนี้ผมไม่ได้ขวนขวายหาบัตรหรือชวนเพื่อน ๆ มากัน เพราะปีที่แล้วทำเอาผิดหวังไว้มาก โดยเฉพาะในเรื่องอาหารที่เตรียมไว้น้อยทั้งจำนวนร้านอาหาร และจำนวนอาหารต่อร้าน ทำให้มีปัญหาทั้งไม่พอ และต้องต่อคิวยาว

ผมได้บัตรมาจากคณะวิทยาศาสตร์ ที่ทำงานอยู่จำนวน 1 ใบ จึงได้มาเห็นว่าทางทีมผู้จัดคงได้นำข้อเสียจากปีที่แล้วปรับแก้ไข เช่นเรื่องร้านอาหารที่มีมากขึ้น และส่งผลไปถึงปริมาณอาหารที่มีเหลือจนต้องนำมาแจกจ่าย โดยไม่ต้องใช้คูปองในตอนท้าย ๆ ของงาน ยกเว้นร้านอาหารยอดนิยมที่จะหมดตามโควต้าที่ตกลงกันก่อน ซึ่งเชื่อว่าน่าจะอยู่ที่ประมาณ 200-300 ชุด

จำนวนโต๊ะที่เตรียมไว้น่าจะประมาณ 2000 ที่ (โต๊ะละ 10 ที่) แบ่งเป็นโซนย่อย ๆ 4 โซน มีหมายเลขโต๊ะกำกับสัมพันธ์กับบัตร ซึ่งได้แก้ปัญหาอีกข้อจากปีที่แล้วที่ให้มานั่งกันตามอัธยาศัย ซึ่งผมเชื่อว่าระบบแบบนี้ดีกว่าแบบปีที่แล้วในความคิดเห็นของผม

บัตรงาน MU Blue Night 6 (อภินันทนาการจากคณะวิทยาศาสตร์ ม.มหิดล)

ผมไปถึงงานประมาณ 18:10 นักร้องท่านแรกกำลังแสดงโชว์อยู่ แต่เพื่อให้ได้คูปองทานอาหารมา จึงต้องไปลงทะเบียนเข้างาน เพื่อรับของที่ระลึก รับคูปองอาหาร และหย่อนหางบัตรลุ้นรับรางวัลในการจับสลากภายในงาน

คูปองและยาฉีดกันยุง ของที่ระลึก MU Blue Night 6

ปีที่แล้วได้ของที่ระลึกเป็นพระหนึ่งองค์ ปีนี้ได้ของที่ระลึกเป็นยากันยุง ซึ่งไม่แน่ใจว่าเป็นเพราะปีที่แล้วมียุงเยอะหรือไม่ แต่ปกติศาลายาก็มีชื่อเล่นว่าศาลายายุงอยู่แล้ว การให้ของที่ระลึกเป็นยากันยุงก็ไม่ใช่เรื่องแปลก แต่ก็แปลกที่คิดว่ายากันยุงจะเป็นของที่ระลึกสำหรับงานคืนสู่เหย้าอยู่ดี

คูปองอาหารแบ่งเป็น 3 สี ได้แก่อาหารเรียกน้ำย่อย สีชมพู อาหารหลัก สีเหลือง และของหวานและผลไม้ เป็นคูปองสีเหลือง ซึ่งแน่นอนว่าผมใช้จนหมดก็ยังไม่อิ่ม แต่ได้คูปองอภินันทนาการมาจากท่านที่ทานน้อยกว่ามาเสริม จนตอนหลังเหลือคูปองสีเหลืองกลับบ้านเป็นที่ระลึก ซึ่งไม่ใช่ว่าอิ่ม แต่คิวของหวานที่อยากทานมันยาวมาก (ไอศครีมกะทิ มะพร้าวน้ำหอม) มีของอย่างอื่นที่ไม่มีคิว แต่ไม่ได้อยากกิน ก็เลยไม่ได้ไปต่อคิว

MU Blue Night 6 VIP

ช่วงหนึ่งของงาน ศ.ดร.ยงยุทธ ยุทธวงศ์ (ขวาสุด) มาร่วมรับประทานอาหารที่โต๊ะ กับท่านคณบดี คณะวิทยาศาสตร์ (ซ้ายสุด)

บาร์บีคิวเนื้อ

อาหารอย่างแรกที่ไปต่อคิวมาคือบาร์บีคิวเนื้อ ซึ่งที่จริงแล้วหากเลือกทานไก่หรือหมู คงได้กลับมานั่งทานนานแล้ว แต่หากต้องการเนื้อ ต้องคอยพอสมควร พ่อครัวทางร้านก็เข้าใจ พอได้ปุ๊บก็เรียกไปรับทันที ตอนหลังกลับไปร้านเดิมเพื่อลองบาร์บีคิวหมูอีก แต่คิดว่าบาร์บีคิวเนื้ออร่อยกว่า ช่วงสองทุ่มได้คูปองมาเพิ่มจากผู้มีอุปการะคุณ ว่าจะไปลองบาร์บีคิวไก่ แต่ปรากฎว่าขายหมดและเก็บร้านแล้ว

กระเพาะปลา 2 ร้าน

ผมใช้คูปองสีเหลืองทั้งหมดไปกับกระเพาะปลา ที่พบว่ามีอยู่สองร้าน ก็เลยลองทั้งสองร้าน พบว่ามีความแตกต่างกันทั้งเนื้อของกระเพาะปลาที่ใช้ น้ำซุป ซึ่งผมคิดว่าร้านที่สอง (ภาพขวา) รสเค็มเกินไป

น้ำส้มคั้น ผสมเนื้อส้มเป็นชิ้น ๆ

ใช้คูปองสีเขียวไปกับน้ำส้มหนึ่งขวด ซึ่งหวานสดชื่น (หรือว่าหวานไปจนแสบคอ) มีเนื้อส้มเป็นชิ้น ๆ จริงที่เกือบติดคอเพราะคิดว่าเป็นแค่การผสมเกล็ดส้มชิ้นเล็ก ๆ

ไอติมมะพร้าวน้ำหอม

อ.ยงยุทธ์สั่งมาเผื่อท่านผู้บริหารที่โต๊ะ แต่มีเหลือมาถึงผมถ้วยหนึ่ง การเดินทางอันแสนไกลจากซุ้มอาหารมายังโต๊ะ ทำให้บางส่วนละลายไป น่าเสียดายที่ช้อนในงานเป็นช้อนพลาสติก ยากที่จะใช้ขูดเอาเนื้อมะพร้าวจากภาชนะใส่ไอติมที่เห็นมากินต่อได้

ข้อมูลประจำโต๊ะ

มีร้านอาหารหลากหลายมากในงานครั้งนี้ ยากที่จะลองให้ได้จนครบทั้งหมด บางร้านที่มีอาหารที่คนต้องการยังคงมีคิวยาวอยู่ แต่ก็มีร้านจำนวนมากกว่าที่ไม่มีคิวเลย ดังนั้นในภาพรวมด้านอาหารปีนี้ถือว่าทำได้ดีเกินคาด และพัฒนาปรับปรุงให้เห็นได้อย่างเด่นชัดกว่าปีที่แล้วมาก ยกเว้นบางท่านที่วิจารณ์ถึงรสชาติและความหลากหลายของอาหารว่าสู้ในปีก่อน ๆ ไม่ได้ แต่เรื่องของความอร่อยก็คงเป็นเรื่องของแต่ละบุคคล

ดนตรี และกิจกรรมต่าง ๆ โดยเฉพาะผลการประกวดเพลงเพื่อสุขภาพ เป็นสิ่งที่ดำเนินไปในงาน แต่ผมก็ไม่ได้สนใจเท่าไหร่ 555 ประกอบกับปีนี้แทบจะเรียกได้ว่าไม่ได้มีเพื่อนร่วมรุ่นไปร่วมงานกัน ก็เลยสนใจแต่อาหารและการเปลี่ยนแปลงจากปีที่แล้ว

สุดท้ายผมก็ประเมินงานในแบบสอบถามว่า “อาหารดี ดนตรีไพเราะ” ก่อนจะปิดงาน (แน่นอนว่าไม่ปีโชคในการจับสลากหางบัตรเช่นเคย)

พบกันใหม่ปีหน้า MU Blue Night 7 ซึ่งคงตรงกับวันอาทิตย์ที่ 2 มีนาคม 2563 โดยมีคณะแพทยศาสตรศิริราชพยาบาล เป็นเจ้าภาพหลัก

ข้าวใหม่ปลามัน

มีการส่งภาพร้านอาหารข้าวใหม่ปลามัน ที่อัมพวา ให้คนใน ม.มหิดล ดูกันว่าคล้ายกับมหิดลสิทธาคารบ้างไหม

Prince_Mahidol_Hall_and_Look_a_Like_2017sm

ก็เห็นว่ามีความคล้ายกันอยู่บ้าง แต่ผมไม่ได้จะชูประเด็นว่าใครลอกใคร เพียงแต่จะทำภาพเปรียบเทียบดูกัน ส่วนภาพทั้งสองที่นั้นก็ได้มาจากเว็บไซต์ที่ลิงก์ไว้ด้านล่าง

ลิงก์ที่เกี่ยวข้อง

ธ สถิต ในใจชาวมหิดล

mu_and_the_king_2016

มหาวิทยาลัยมหิดล จัดกิจกรรมที่ยังไงก็ต้องไปร่วมให้ได้เมื่อค่ำวันจันทร์ที่ 7 พฤศจิกายน 2559 บริเวณลานหน้า “มหิดลสิทธาคาร” ฝั่งถนนบรมราชนนี เพื่อถวายความอาลัยต่อการสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 ของปวงชนชาวไทย

ผมมีเลคเชอร์ที่คณะวิทยาศาสตร์พญาไทและทำงานจนถึงเวลาประมาณ 1600 จึงได้ออกจากคณะเพื่อเดินทางสู่ มหาวิทยาลัยมหิดล ศาลายา แม้ว่าจะใช้เวลาชั่วโมงกว่ากับการฝ่ารถติดยามเย็นปกติของกรุงเทพฯ ผมก็มาถึงงานได้ทันเวลา

MU_and_the_King_2016-2.jpg

ที่บริเวณด้านหน้ามหิดลสิทธาคารฝั่งด้านในมีแถวนักศึกษาเดินเข้าไปในงาน ที่ผมก็ไม่ต่อแถวเพื่อเข้าไปร่วมงานเช่นเดียวกันกับหลาย ๆ คน มีนักศึกษามาแจกเทียนสีขาว ทั้งที่เป็นแบบเทียนเปล่า ๆ และแบบที่มีถ้วยรองรับเพื่อป้องกันน้ำตาเทียน

MU_and_the_King_2016-3.jpg

แถวของผมมาหยุดในที่ดังภาพ ไม่ใช่ที่จะได้มุมเห็นพระบรมฉายาลักษณ์ แต่ก็ไม่เป็นไร วันนี้ไม่คิดจะเอากล้องมาถ่ายรูปเองด้วยซ้ำ เพื่อจะได้อยู่ในบรรยากาศของงานมากกว่าที่จะต้องคิดไปหามุมสวย ๆ ถ่ายรูป หลังจากที่ผมมายืนอยู่ตรงนี้ ไม่นานนักก็เพิ่มพิธี

mu_and_the_king_2016-%e0%b8%a0

ภาพโดย อ.ดร.ระพี บุญเปลื้อง ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายวิเทศสัมพันธ์ ได้มุมที่สูงกว่าผมพอสมควร ได้ภาพสวย ๆ จากขณะที่เราหันหน้าออกสู่ถนนบรมราชนนี ชูเทียนในมือ และโดรนบนอากาศได้ถ่ายภาพเข้ามายังมหิดลสิทธาคาร

เมื่อเสร็จพิธี ผมเดินเก็บภาพต่ออีกเล็กน้อย ตอนนี้เองที่คิดว่าน่าจะเอากล้อง SLR มา…

ลิงก์ที่เกี่ยวข้อง

หอประชุมมหิดลสิทธาคาร

มหิดลสิทธาคาร

แวะไปทาน “ก๋วยเตี๋ยวแม่” เมื่อวันก่อน เลยมีโอกาสได้ถ่ายภาพหอประชุมที่มีชื่อว่า “มหิดลสิทธาคาร” ตั้งอยู่บนพื้นที่ 54 ไร่ ภายในม.มหิดล ศาลายา ที่ยังก่อสร้างไม่แล้วเสร็จ แต่ก็คือถือว่าสร้างไปได้มากแล้วเมื่อเทียบกับเมื่อปีที่แล้ว

ภาพการก่อสร้างเมื่อประมาณเดือนกรกฎาคมปีที่แล้ว (2553)

ในที่สุดเราก็จะมีห้องประชุมเพื่อใช้รับปริญญา แสดงดนตรี (ออกแบบภายในมาอย่างดี) และใช้ในการประชุมวิชาการได้ แต่ยังไม่แน่ใจว่าจะสร้างเสร็จเมื่อไหร่กันแน่

ลิงก์ที่เกี่ยวข้อง: