บลอกอาจารย์โจ้

Posts tagged ‘พสวท.’

สอบเข้าพสวท.หรือมหิดลวิทยานุสรณ์

วันเสาร์ที่ 21 พฤศจิกายน 2558 ถูกเลือกเป็นวันสอบข้อเขียนเข้า ม.4 โครงการพสวท. และวันสอบข้อเขียนเข้าม.4 โรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์ ปีการศึกษา 2559

DPST_Entrance_Exam_20151121

ทำไมถึงต้องเป็นวันเดียวกัน?

ในปีการศึกษา 2558 นั้น การสอบไม่ตรงกันทำให้นักเรียนที่สอบได้ทั้งสองโครงการสละสิทธิ์โครงการหนึ่งเพื่อไปเข้าเรียนในอีกโครงการหนึ่ง ซึ่งส่งผลให้โครงการพสวท.ได้นักเรียนไม่ครบตามจำนวนที่กำหนด และต้องจัดสอบเข้ารอบพิเศษในเวลาต่อมา

ลิงก์ที่เกี่ยวข้อง

Advertisements

วันสอบที่ตรงกัน

ปีการศึกษา 2558 เป็นปีที่โครงการพสวท.ประสบปัญญาในการรับนักเรียนเข้ารับทุนพสวท.ระดับมัธยมศึกษาปีที่ 4 ในหลายศูนย์โรงเรียนในโครงการพสวท. โดยพบว่ารับนักเรียนเข้ารับทุนได้เพียงประมาณ 30% และต้องเปิดรับสมัครนักเรียนเข้ารับทุนเพิ่มเติมเป็นรอบที่ 2 จากนักเรียนที่เรียนอยู่ในห้องเรียนพิเศษวิทยาศาสตร์คณิตศาสตร์ ทั้งนี้อาจเป็นผลมาจากการมีวันสอบเข้าที่ไม่ตรงกัน เช่นระหว่างโครงการพสวท.และโรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์ ทำให้เกิดการสละสิทธิ์เป็นจำนวนมาก ทั้งนี้ไม่มีการบันทึกไว้อย่างแน่ชัดว่านักเรียนที่ได้รับคัดเลือกให้ได้รับทุนพสวท.นั้น แท้จริงแล้วไปไหนกันแน่

ในปีการศึกษา 2559 ที่จะถึงนี้ โครงการพสวท.จึงจะจัดวันสอบข้อเขียนตรงกับวันสอบข้อเขียนของโรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์ คือวันเสาร์ที่ 21 พฤศจิกายน 2558 ซึ่งจะทำให้นักเรียนที่ต้องการสอบเข้านั้นจะต้องเลือกว่าจะไปสอบเข้าโรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์หรือจะเข้าโครงการพสวท. กันตั้งแต่ตอนสมัครสอบเลยทีเดียว

การจัดวันสอบเข้าตรงกันเคยเกิดขึ้นแล้วในอดีต และทำให้จำนวนผู้สมัครสอบข้อเขียนเข้าโครงการพสวท. มีจำนวนน้อย ทำให้โอกาสเลือกนักศึกษาที่มีความสามารถทางวิทยาศาสตร์ลดน้อยลง

ลิงก์ที่เกี่ยวข้อง

ปฐมนิเทศนักศึกษาทุนโครงการพิเศษ 2557

Scholar_Orientation_20140903_25

ลิงก์ที่เกี่ยวข้อง

อาหารและของว่างโรงแรมเซนต์เจมส์

StJames_Food_20130927-28_13

ภาพอาหารและของว่างระหว่างการประชุมปรับปรุงโปรแกรมเสริมสำหรับนักเรียนในโครงการ พสวท. ม.4 ที่โรงแรมเซนต์เจมส์ ซอยสุขุมวิท 26 เมื่อระหว่างวันที่ 26-27 กันยายน 2556

ลิงก์ที่เกี่ยวข้อง:

ไอเดียสำหรับการจัดงาน 30 ปี โครงการพสวท.

โครงการพัฒนาและส่งเสริมผู้มีความสามารถพิเศษทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (พสวท.) จะครบรอบ 30 ปีของการก่อตั้งในปีพ.ศ. 2557 นี้ ซึ่งทางสสวท.ต้นสังกัดก็จะให้จัดงานฉลอง 30 ปีโครงการพสวท.ขึ้น ซึ่งมีโครงการที่ร่างกันไว้แล้ว

Logo_DPST_Colourful_200px

ในระหว่างวันที่ 27-28 กรกฎาคม 2556 จะมีการประชุมระดมความคิดแนวทางการจัดงาน 30 ปีของโครงการพสวท.ขึ้น ซึ่งผมก็จะได้ไปร่วมประชุมด้วย และคิดว่าจะนำเสนอไอเดียเพื่อในที่ประชุมต่อไป

รูปแบบงานนั้นน่าจะเป็นวันแรกของการประชุมวิชาการวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เพื่อเยาวชน ครั้งที่ 9 ที่ศูนย์ประชุมและนิทรรศการไบเทค บางนาในเดือนมีนาคม แต่ยังไม่ทราบวันที่จะจัด เพราะขึ้นอยู่กับสถานที่และเวลาว่างของประธานในพิธี

ไอเดีย 30 ปีพสวท.

  • ผมเห็นว่าน่าจะต้องหา KPI ของโครงการมาว่าคืออะไรบ้าง และจัดแสดงตามนั้น ว่าโครงการได้บรรลุ KPI ของโครงการอย่างไร แม้ว่าผู้บริหารโครงการจะบอกว่าบรรลุอยู่แล้ว แต่งาน 30 ปีก็น่าจะแสดงให้เห็น ซึ่งไม่น่าจะใช่เรื่องยาก เพราะควรจะต้องถูกรายงานเป็นประจำอยู่แล้ว
  • ตัว output ของโครงการในเชิงตัวเลข เช่นจำนวนนักศึกษาในปัจจุบันแต่ละระดับ บัณฑิตที่จบมาแล้ว ซึ่งคาดว่าจะมีประมาณ 800-900 คนในวันที่จะจัดงาน …อยากให้ได้ถึง 1000 คน แต่คงไม่ถึง
  • ตัว outcome ของโครงการ ซึ่งเป็นผลระยะยาวของการดำเนินโครงการ ซึ่งประเด็นนี้น่าจะต้องคิดหนักหน่อย และรวบรวมข้อมูลยากหน่อยว่าจะได้ข้อมูลและนำเสนออย่างไร
    • ผลลัพธ์ด้านการสร้างบัณฑิต คงเป็นตัวเลขอย่างที่เห็น อาจนำเสนอเป็นแบบ infographic เช่นแสดงแผนที่ประเทศไทย ว่าบัณฑิตพสวท.อยู่ตรงไหน อยู่หน่วยงานอะไร
      • อาจพยายามตอบคำถามว่า ถ้าไม่มีโครงการพสวท ไม่มีบัณฑิต พสวท.เหล่านี้ แล้วจะเกิดผลกระทบอะไรบ้าง ต้องพิจารณาบทบาทและหน้าที่ของบัณฑิตที่เกิดขึ้น
    • ผลลัพธ์ด้านการวิจัย
      • น่าจะเป็นเรื่องเด่นหรือสมรรถนหลักของโครงการในการสร้างนักวิทยาศาสตร์นักวิจัย แล้วเรารู้ได้อย่างไรว่าได้สร้างนักวิจัยที่มีคุณภาพ
      • อาจให้แสดงตัวชี้วัดของนักวิจัย เช่นจำนวนเปเปอร์ของชาวพสวท.ทั้งหมด จำนวนงานวิจัยต่อหัว จำนวนงานวิจัยต่อปี คุณภาพของงานวิจัยต่อชิ้น จำนวนการอ้างอิงต่อชิ้น h-index ฯลฯ ที่เขาใช้ๆกัน
    • ผลลัพธ์ด้านการบริหาร — เราพบว่าบัณฑิตพสวท.ปัจจุบันนี้ได้เป็นผู้บริหารระดับสูง เช่นการเป็นรองคณบดีฝ่ายวิจัย ฝ่ายการศึกษาเป็นต้น อยู่ในกรรมการบริหาร กรรมการต่างๆ ซึ่งมีบทบาทในการปฏิรูป สร้างการศึกษา การวิจัย ฯลฯ ของประเทศอยู่ ทำอย่างไรจึงจะนำเสนอออกมาให้เห็นเป็นรูปธรรมและเข้าใจง่ายได้
      • บทบาทในการก่อตั้งสวทช. และสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ หรือหอดูดาวสิรินธรของดร.ศรันย์ ก็เป็นตัวอย่างหนึ่งที่เกิดขึ้นได้ แต่ในบางเรื่องคงต้องเขียนว่ามีส่วนร่วมในการจุดๆๆๆ ไม่เช่นนั้นอาจโดนตั้งคำถามว่าทำคนเดียวไม่มีคนช่วยเลยเหรอเป็นต้น
    • การได้รางวัลต่างๆ เช่นนักวิทยาศาสตร์ดีเด่น (ซึ่งยังไม่มี) นักวิทยาศาสตร์รุ่นใหม่ (ซึ่งมีหลายท่านแล้ว) และรางวัลอื่นๆ ทั้งนี้ผมเคยได้เปรียบเทียบให้เห็นว่าบัณฑิตพสวท.แทบจะได้รางวัลนักวิทยาศาสตร์รุ่นใหม่กันทุกปีเลยทีเดียว (ปีไหนไม่ได้ควรจะเศร้าเล็กน้อย)
    • ด้านบริการวิชาการ
    • ด้านบริการสังคม พวก CSR
      • นึกตัวอย่างอื่นไม่ค่อยออกนอกจากบัณฑิตพสวท.ที่อาจจะเรียกได้ว่าผันตัวไปทำงานด้านการสื่อสารวิทยาศาสตร์ เช่นดร.บัญชา ดร.นำชัย ผศ.ดร.เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ เป็นต้น
      • แต่คงมีหลายโครงการ บางอย่างอาจแทรกอยู่กับค่ายวิทยาศาสตร์ภาคฤดูร้อน
    • จดหมายเหตุ พสวท.
      • จินตนาการว่าคงต้องมีส่วนแสดงที่บอกประวัติความเป็นมาของโครงการพสวท. ตั้งแต่ก่อนก่อนตั้ง และในเฟสต่างๆ
      • นึกถึงหนังสือที่เป็นการศึกษาเกี่ยวกับการพัฒนาและส่งเสริมผู้มี “ปรีชาญาณ” ทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี น่าจะเอาเล่มต้นฉบับมาวางใส่ตู้กระจก และมีเล่มสำเนาให้เปิดอ่านกันในงาน
      • คนที่เกี่่ยวข้องกับพสวท. ถ้าไปสัมภาษณ์ว่าคิดอย่างไร หรือผลสัมฤทธิ์ของโครงการพสวท.เป็นอย่างไร หรือทำนายคาดการณ์เกี่ยวกับโครงการพสวท.ในอนาคตว่าจะเป็นอย่างไร
  • การเทียบเคียง และการเปรียบเทียบ
    • จำเป็นหรือไม่ที่จะต้องเปรียบเทียบ ในสังคมไทยค่อนข้างจะลำบาก หากไม่สื่อสารให้ชัดเจน ว่าหากข้อมูลพสวท.ดีกว่าโครงการอื่น ก็เหมือนกับการอวดตน แต่จริงๆแล้วเป็นเรื่องที่น่าสนใจว่าแท้จริงแล้ว โครงการพสวท. เป็นโครงการสนับสนุนการสร้างนักวิจัยของประเทศที่ประสบความสำเร็จมีประสิทธิภาพหรือไม่ ซึ่งจำเป็นต้องการเปรียบเทียบ และเทียบเคียง (benchmarking) เกิดขึ้น
    • คู่เทียบอาจเป็นโครงการที่มีลักษณะคล้ายๆกัน ไม่ว่าจะเป็นทุนเรียนดี ทุนกาญจนาภิเศก
  • การใช้แนวทางการดำเนินการสู่ความเป็นเลิศ Education Performance Excellence (EdPEx)
    • ปฏิเสธไม่ได้ว่าผมได้รับอิทธิพลจากเรื่อง EdPEx หรือ Thailand Quality Award ค่อนข้างมาก ดังนั้นก็เอามาใช้ประโยชน์เสียเลยอาจจะดีก็ได้
    • ลองตอบดูว่า โครงการพสวท. เป็นโครงการที่เป็นเลิศและยั่งยืนหรือไม่ (หรือส่งผลให้เกิดความเป็นเลิศของวิทยาศาสตร์ไทย และยั่งยืนหรือไม่)
    • ลองตอบดูว่าโครงการพสวท.มี leadership system ที่เป็นเลิศหรือไม่ (การเป็นโครงการแบบนี้ ผู้นำระดับสูงของโครงการทำอะไรได้บ้าง… Organization Profile ก็ยังไม่ได้เขียน) อาจต้องดูที่ สสวท. แทน
    • ลองดูว่าโครงการพสวท.มี Execution Excellence หรือไม่ (ที่ชาวพสวท.คงบ่นอุบ และอาจไม่พ้น band 1)
    • ลองดูว่าโครงการพสวท.มี Organzation and Personal Learning หรือไม่ (นี่ก็คงน้อยเช่นกัน…)
      • สรุปว่าถ้าเอาเกณฑ์นี้มาจับ คงได้ band 1 เป็นส่วนใหญ่
    • ที่น่าสนใจคือถ้าเน้นผลลัพธ์ของหมวด 7 มาจะพอมีอะไรดีบ้างไหน อาจจะต้องไปพิจารณา 7.1-7.5 และอาจจะพบว่าผลลัพธ์ด้านการมุ่งเน้นผู้เรียนอาจจะออกมาดีพอสมควร แต่ไม่แน่ใจเรื่องอื่นๆ
    • ลองดูว่าโครงการพสวท.มีค่านิยมของเกณฑ์ที่พบในองค์ที่เป็นเลิศบ้างหรือไม่ ซึ่งมี 11 ข้อ
    • อาจดูว่า balance score card ของโครงการมีไหมอย่างไร แผนกลยุทธระยะสั้น ระยะยาวเป็นอย่างไร

การรับนักศึกษาพสวท.ทดแทน 12 คน

DPST_Interview_20130117_07

ในปีการศึกษา 2555-2556 คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ซึ่งเป็นศูนย์พสวท. ก็มีนักศึกษาเข้าปี 1 มาในโครงการพสวท.ไม่เต็มจำนวนเช่นเดิม ทำให้ต้องมีการสัมภาษณ์เพื่อคัดเลือกนักศึกษาคณะวิทยาศาสตร์ชั้นปีที่ 1 ที่มีผลการเรียนดี (เกรดภาคเรียนแรกมากกว่า 3.00) มารับทุนพสวท.เพิ่มเติม หรือที่เรียกว่าทดแทน โดยในปีนี้ต้องการรับเพิ่ม 12 คนและมีนักศึกษาแสดงความจำนงถึง 24 คน

ทางงานการศึกษาของคณะวิทยาศาสตร์ได้จัดการคัดเลือกขึ้นโดยวิธีสัมภาษณ์ในวันพฤหัสบดีที่ 17 มกราคม 2556 และได้ผลการคัดเลือกเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

ลิงก์ที่เกี่ยวข้อง:

อินโฟกราฟิค (Infographic)

เช้านี้ตื่นมาทำกราฟให้พสวท.เช่นเคย โดยเป็นเรื่องกี่ยวกับการทำโครงงานวิทยาศาสตร์ของนักเรียนทุนพสวท.ระดับม.ปลาย และค่าตอบแทนที่อาจารย์ที่ปรึกษาโครงงานวิทยาศาสตร์ในโรงเรียนและนักวิทยาศาสตร์พี่เลี้ยงจะได้รับ

หลังจากนั้นก็นำข้อมูลนักศึกษาระดับบัณฑิตศึกษาทั้งป.โทและป.เอกของภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ปีการศึกษา 2555 มาทำเป็นอินโฟกราฟิคต่อีกหนึ่งแผ่น

โดยมีไอเดียว่าจะนำเสนอจำนวนนักศึกษาต่อสาขาวิจัยต่างๆ โดยใช้ภาพแบบง่ายๆที่สื่อถึงสาขาเหล่านั้น และขนาดที่สอดคล้องกับจำนวนนักศึกษาในสาขาเหล่านั้น

การทำ Infographic ด้วย PowerPoint เป็นเรื่องที่เป็นไปได้ แต่จากข้อมูลที่อ่านมาพบว่าส่วนใหญ่แล้วมักจะใช้โปรแกรมอื่นๆเช่นตระกูล Illustrator ในการทำงาน โดยเฉพาะพวกที่จัดการกับกราฟิคแบบเวกเตอร์ได้ (vector) เป็นต้น ทำให้ปกติที่ใช้แต่ Painter ก็งงทำอะไรไม่เป็นเหมือนกัน 555