บลอกอาจารย์โจ้

Posts tagged ‘ตัดเกรด’

ตัดเกรดแบบ OSU

หนึ่งในงานที่อาจารย์ต้องทำคือการประเมินระดับผลการเรียนของนักศึกษา หรือเรียกง่าย ๆ ว่าการ “ตัดเกรด” ซึ่งที่ผ่านมาก็พบในหลากหลายรูปแบบทั้งที่เรียกว่าอิงเกณฑ์และอิงกลุ่ม พอเริ่มมีการใช้ระบบที่เรียกว่า Outcome-Based Education มาใช้ ก็จะพบว่ารูปแบบที่เหมาะสมคือการการใช้แบบอิงเกณฑ์ แต่ก็ยังพบอีกว่า ณ จุดไหนที่จะทำให้เกรดต่างกัน จนถึงกับทำให้บางที่ หรือในบางประเทศ จะไม่ใช้ระบบการให้เกรด แต่จะเขียนบรรยายความรู้หรือทักษะที่ถูกวัดได้จากนักเรียนนักศึกษากันไปเลยก็มี

นักศึกษาเองที่ต้องวางแผนบริหารจัดการเรื่องระดับผลการเรียนตนเอง ซึ่งอาจมีผลต่อการได้งานทำ เช่นการได้เกรดเฉลี่ยนตอนจบการศึกษาสูง อาจทำให้มีโอกาสได้งานทำกว่าคนที่จบการศึกษาด้วยเกรดเฉลี่ยต่ำ ๆ พฤติกรรมในการเลือกลงรายวิชาที่ให้เกรดง่าย ๆ เพื่อไปเพิ่มเกรดเฉลี่ย หรือในอีกกลุ่มนักศึกษา อาจหมายถึงการอยู่รอดในระบบการศึกษา เพื่อให้เกรดที่ได้ไปช่วยดึงเกรดเฉลี่ยขึ้น

เพื่อไม่ให้นักศึกษาเลือกเรียนวิชาที่ให้หรือได้เกรดง่าย ๆ เพื่อดึงเกรด มากกว่าเรียนเพื่ออยากได้ความรู้หรือทักษะ จึงมีแนวคิดกันว่าให้วิชาเหล่านั้นประเมินผลการเรียนเป็นแบบที่เรียกว่า OSU

ตัดเกรดแบบ OSU

ระดับผลการเรียนแบบ OSU มาจาก O ที่เป็นระดับผลการเรียนแบบ Outstanding หรือเหนือความคาดหมาย ในกรณีที่ในแต่ละรายวิชามีผลการเรียนรู้ที่คาดหวังของรายวิชาอยู่ (Course Learning Outcome: CLO) หากนักศึกษามีความรู้และทักษะเหนือกว่าระดับที่คาดหวัง ก็จะได้รับการประเมินระดับผลการเรียนเป็นระดับ O

ระดับผลการเรียน S มาจาก Satisfied ซึ่งหมายถึงนักเรียนนักศึกษามีความรู้หรือทักษะตามความคาดหวังของรายวิชาเมื่อเรียนจบวิชานั้น ๆ ในทางตรงกันข้าม หากนักศึกษาได้รับผลการประเมินเป็น U ที่มาจาก Unsatisfied มีความหมายว่านักเรียนนักศึกษายังไม่มีความรู้หรือทักษะตามที่ควรจะเป็นหลังจากเรียนรายวิชานั้น ๆ

เราอาจจะเห็นทั้งข้อดีและข้อเสียจากการประเมินผลการเรียนระดับรายวิชา ระหว่างการให้ผลการประเมินแบบเป็นเกรด A B C D หรือ F เปรียบเทียบกับการประเมินเป็น O S หรือ U ได้ในหลายรูปแบบ การเรียนที่นักเรียนนักศึกษาหวังเพื่อให้ผ่าน ได้ผลการเรียนเป็น S และไม่สนใจทุ่มเทเพื่อให้ไปถึงระดับ O ทำให้บรรยากาศการเรียนเสียไป แม้ว่าตัวอาจารย์เองก็อาจจะมีผล แต่ก็ยากที่จะกระตุ้นให้นักเรียนนักศึกษาทั้งหมด มุ่งไปที่ระดับ Outstanding กันทั้งหมดได้

ความท้าทายของการให้การศึกษาและประเมินผลการศึกษา เพื่อให้มั่นใจว่านักเรียนนักศึกษาทุกคนจะได้ความรู้และทักษะที่คาดหวังจากการเรียนในแต่ละวิชาก็คงจะยังมีอยู่ต่อไป

การเตรียมกราฟสำหรับตัดเกรด

ในการตัดเกรดแบบอิงกลุ่มที่จะใช้กราฟในการตัดเกรด ควรเตรียมกราฟที่แสดงแต่ละคะแนนพร้อมความถี่

คะแนนดิบ สมมติว่ามีคะแนนที่พร้อมจะนำมาตัดเกรดอยู่ใน Excel ดังภาพที่ 1

Excel_1

ภาพที่ 1 ข้อมูลดิบ

ขั้นตอนต่อมาคือการหาค่าสถิติของกลุ่มนี้ ที่จะประกอบด้วยจำนวนคน คะแนนสูงสุด ต่ำสุด ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน มัธยฐาน ฐานนิยม ฯลฯ ด้วยฟังก์ชันที่ Excel มีให้ใช้

Excel_2

ภาพที่ 2 สถิติพื้นฐาน

สูตรที่ใช้คือ

  • =COUNT(C4:C367)
  • =MIN(C4:C367)
  • =MAX(C4:C367)
  • =AVERAGE(C4:C367)
  • =STDEV(C4:C367)
  • =MEDIAN(C4:C367)
  • =MODE(C4:C367)

ขั้นต่อไปคือการสร้าง histogram หรือแท่งแสดงความถี่ตามคะแนน เลือก Data Analysis จากเมนู Data

  • Data -> Data Analysis -> Histogram

Excel_3

ภาพที่ 3 เลือก Histogram

ใช้ค่าต่ำสุดและสูงสุด สร้างลำดับคะแนนเพื่อใช้เป็นช่วงคะแนน (Bin Range) เลือก Input Range เป็นคะแนนที่ต้องการตัดเกรด เลือกตำแหน่งเพื่อให้ผลการสร้าง histogram ปรากฎขึ้น เลือกช่องให้สร้างแผนภาพด้วย

Excel_4

ภาพที่ 4 สร้าง histogram

เราต้องการย้ายกราฟไปยังหน้าใหม่ เพื่อให้เห็นกราฟใหญ่ขึ้น

Excel_5

ภาพที่ 5 ย้ายกราฟ

เลือกเมนู Design แล้วเลือก Move Chart จะมีหน้าต่างให้เลือกว่าจะให้กราฟไปปรากฎอย่างไร ในที่นี้ต้องการให้เห็นกราฟใหญ่ๆ ก็ต้องเลือกให้ปรากฎเป็นกราฟอย่างเดียวทั้งหน้า

Excel_6

ภาพที่ 6 แสดงความถี่ของแต่ละแท่ง

สิ่งอำนวยความสะดวกสูงสุดเพื่อการตัดเกรด คือการแสดงจำนวนความถี่ของแต่ละคะแนน (ดังภาพที่ 6 ทำได้โดยเลือกเมนู Layout แล้วเลือกแท็บที่เป็น Data Label แล้วเลือก Outside End ดังภาพ จะทำให้ปรากฎเลขความถี่ของแต่ละแท่งขึ้นมา ส่วนตารางด้านล่าง (ถ้าต้องการ) ให้เลือกแท็บ Data Table ที่อยู่ติดกัน แล้วเลือกให้แสดงตารางข้อมูลก็ได้ ในภาพที่ 6 แสดงทั้งตัวเลขความถี่ของแต่ละแท่งและตาราง

Excel_7

ภาพที่ 7 ย้ายมาทำต่อบน PowerPoint

หากต้องการแค่กราฟไปตัดเกรด ขั้นตอนในภาพที่ 6 ก็เพียงพอแล้ว แต่หากต้องการทำอะไรต่่อจากนั้น อาจจะเริ่มยากบน Excel ผมมักจะ copy ทั้งกราฟจาก Excel มาแปะบนสไลด์ของ PowerPoint ดังภาพที่ 7

ใช้เครื่องมือเช่นเส้น และรูปเรขาคณิต มาช่วยในการแสดงผลการตัดเกรดเป็นช่วงๆ เริ่มจากการให้ A ประมาณ 10% ของผู้เรียนที่ได้คะแนนสูงสุด ในที่นี้มีผู้สอบ 364 คน แต่ที่คะแนนสุดท้ายของคนที่ 36 หรือ 37 ยังเท่ากันอยู่ ทำให้มีคนได้เกรดสูงสุด (A) รวมทั้งหมด 39 คน ที่คะแนน 84 คะแนนขึ้นไป (สามเหลี่ยมสีแดงในภาพที่ 7)

หากกำหนดให้แต่ละช่วงเกรดห่างกัน 0.5SD หรือครึ่งหนึ่งของส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (SD) ในที่คือ 3 คะแนน ทำให้สามารถใช้สามเหลี่ยมสีน้ำเงินในภาพที่ 7 ระบุช่วงคะแนน และพิมพ์เกรดกำกับไว้ด้วยได้

Excel_8

ภาพที่ 8 ตัด A ที่ 84+

ในกรณีนี้จะเห็นได้ว่ามีผู้เข้าสอบได้เกรดเป็น F อยู่ 21 คน แต่ด้วยการใช้ PowerPoint ทำให้เราสามารถจัดกลุ่มสามเหลี่ยมสีน้ำเงิน แดง ตัวอักษรเกรดเข้าด้วยกัน และเลื่อนพร้อมกันทั้งหมดได้

Excel_9

ภาพที่ 9 ตัด A ที่ 83

ในภาพที่ 9 เลื่อนเกณฑ์การตัดเกรดลงไปทั้งหมด 1 คะแนน จะเห็นได้ว่า ผู้ที่ได้ A จะเพิ่มเป็น 51 คน (เกินกว่าที่แจ้งไว้ก่อนเรียนที่ 10% แล้ว) แต่ทำให้มีผู้ได้ F ลดลงเหลือ 16 คน (ต่ำกว่า 65 คะแนน)

Excel_10

ภาพที่ 10 เพิ่มระยะห่างระหว่างเกรด

อีกวิธีหนึ่งคือการเพิ่มระยะห่างระหว่างเกรด จากเดิมที่เป็น 0.5 SD หรือ 3 คะแนน ก็เปลี่ยนช่วงละ 4 คะแนน ดังภาพที่ 10 โดยจำนวนผู้ได้ A จะเป็น 10% เหมือนเดิม ส่วนใหญ่มีเกรดสูงขึ้น และจำนวนผู้ได้เกรด F ลดลงเหลือเพียง 5 คน ที่คะแนนต่ำกว่า 60

การตัดเกรดแบบผสมผสานระหว่างอิงกลุ่มและอิงเกณฑ์ (ต้องระบุให้ชัดเจนในการปฐมนิเทศ)

  • ให้ A 10% จากจำนวนผู้สอบทั้งหมด
  • เกรดแต่ะช่วงห่างกัน 0.5SD
  • ผู้ที่ได้ไม่ถึง 50% จะได้ F
    • ในกรณีที่คะแนนเกิน 50% แต่ไม่ถึงคะแนนต่ำสุดที่จะได้ D+ ก็จะพิจารณาให้เกรด D ไป

การตัดเกรดสายตารางข้อมูล (ไม่ใช้กราฟ)

Excel_11

ภาพที่ 11 ตัดเกรดด้วยตารางข้อมูล

จริง ๆ แล้วไม่ต้องทำกราฟก็ตัดเกรดได้ โดยเมื่อนำคะแนนมาเรียงกันจากมากไปน้อย แล้วหาว่า 10% แรกของชั้นเรียนมีกี่คน คนสุดท้ายได้กี่คะแนน ในตัวอย่างนี้เราทราบว่า 10% แรกของชั้นมีคะแนนที่ 84 คะแนน แต่จำนวนคนเกิน 10% ไปเล็กน้อย (39 คน จาก 364 คน)

ในภาพที่ 11 จะเห็นได้ว่าผู้ที่ได้ A คือผู้ที่มีคะแนนในช่วง 84-100 ประมาณ 10% ใช้คะแนนต่อไป (83) เป็นคะแนนสูงสุดของผู้ที่จะได้ B+

Excel_12

ภาพที่ 12 คำนวณช่วงคะแนน

ในคอลัมภ์ของคะแนนต่ำสุด ให้ใช้สูตรช่วยคำนวณ โดยเอาคะแนนก่อนหน้าลบออกสาม 84-3 =81 เมื่อ 3 เป็นช่วงคะแนนระหว่างเกรดเช่นจาก A ไป B+ ซึ่งต้องเท่ากันในทุกช่วง

คำนวณแบบเดียวกันกับคะแนนสูงสุดของแต่ละเกรด ในเกรด F ให้ใช้คะแนนต่ำสุดเป็น 0 สำหรับ A มีคะแนนสูงสุดเป็นคะแนนเต็ม หรือ 100% นั่นเอง

Excel_13

ภาพที่ 13 ผลการตัดเกรดแบบอิงกลุ่ม

การตัดเกรดแบบอิงเกณฑ์

 

Excel_16

ภาพที่ 14 ผลการตัดเกรดแบบอิงเกณฑ์

หากเปรียบเทียบการตัดเกรดแบบอิงกลุ่ม (ภาพที่ 13) ที่ใช้ค่าสถิติจากผลสอบมาใช้ในการตัดเกรด กับการตัดเกรดแบบอิงเกณฑ์ ที่กำหนดเกณฑ์ไว้ก่อนที่จะมีการเรียนการสอนและการสอบ (ภาพที่ 14) จะเห็นได้ว่าผู้สอบได้เกรดดีกว่าในแบบอิงเกณฑ์

เมื่อพิจารณาค่าเฉลี่ย (mean 76.1 คะแนน) จะพบว่าแบบอิงกลุ่ม (ภาพที่ 13) ผู้ที่ได้คะแนนประมาณค่าเฉลี่ยได้เกรด C+ ในขณะที่การตัดเกรดแบบอิงเกณฑ์ (ภาพที่ 14) ผู้ที่ได้คะแนนประมาณค่าเฉลี่ยได้เกรด B+ เลยทีเดียว

ลิงก์ที่เกี่ยวข้อง

ตัดเกรด

Link https://goo.gl/photos/RvmoiBgFB6Dx2KSq9

Dragon Age Origin Awakening (รีวิว)

image

เล่นเกมส์ภาคต่อขยาย “Awakening” ของเกมส์ “Dragon Age Origin” จบแล้วในวันนี้ สรุปว่าที่เสียเงินไป 1,490 บาทนั้น เล่นในรอบแรกได้ 16 ชั่วโมงกับอีก 30 นาที ผมเห็นว่ามันอาจเล่นได้นานกว่านี้หากต้องเล่นหลายรอบเพราะการเล่นรอบเดียวไม่สามารถเห็นทุกตอนจบของเรื่องได้ แต่การจบของเกมส์นี้ก็ทำได้ไม่เลวเพราะมีการสรุปว่าเกิดอะไรขึ้นตามมาจากสิ่งเราทำให้มันดำเนินไปในเกมส์ ทำให ณ จุดนี้ผมจะให้เกรดของภาคต่อเนื่องนี้เท่ากับ B

image

ผมพบปัญหาหลักๆในการเล่นภาคนี้เป็นการแฮงค์หนึ่งครั้ง ซึ่งไม่เคยพบตอนเล่นภาคปกติหรือส่วนเสริมอื่นๆ ทำให้ต้องกดปิดเตรื่อง เพราะไม่มีการตอบสนองอะไรต่อปุ่มอื่นๆ อย่างน้อยก็คงดีกว่าไปถอดปลั๊ก ผมลองเล่นแบบเดิมอีกรอบเพื่อดูว่ามันจะแฮงค์ที่เดิมหรือไม่ แต่รอบนี้ผ่านฉลุย ในฉากใกล้จบ มีการสนทนากันและมีบางครั้งที่หน้าจอจะมืดและเงียบ คล้ายกับว่าจะเป็นบทพูดของใครที่บังเอิญไม่อยู่ในทีม

ตัดเกรดภาคต้น ปีการศึกษา 2555

แม้ว่านักศึกษาจะสอบเสร็จแล้ว แต่อาจารย์ยังต้องมานั่งตรวจข้อสอบและตัดเกรดกันอยู่

คะแนนสอบของนักศึกษาในหลายวิชามีการกระจายเป็นปกติ (normal distribution) อยู่แล้ว บางครั้งลองแปลงคะแนนให้มีค่าเฉลี่ย 50 คะแนน และส่วนเบี่ยงเบนมารตฐานเท่ากับ 10 แล้วค่อยนำมาตัดเกรดก็มักจะได้ผลแบบเดียวกัน

การแปลงคะแนน

  • คำนวณ Z Score = (x – mean)/SD
  • คำนวณ T Score =(Z*10)+50

แต่หากมีการเบ้ของคะแนนอยู่ ก็ยัเบ้อยู่ดี วิธีที่ดีที่สุดคือต้องทำให้เป็นคะแนนทีที่กระจายแบบปกติด้วย แต่วิธีค่อนข้างจะยุ่งขึ้นไปอีก โดยมากก็เลยไม่ได้ทำ

ลิงก์ที่เกี่ยวข้อง:

ตัดเกรดวิชาชีววิทยาชั้นปีที่ 1

Grading_20111007_09

หลังจากสอบปลายภาควิชาชีววิทยากันไปเมื่อวันพุธที่ 28 กันยายน 2554 ก็ถึงเวลาที่เราได้ตรวจข้อสอบเสร็จสิ้น และนำคะแนนมาตัดเกรดกันครับ

วิชาที่เรามีการเรียนการสอนกันนี้จะตัดเกรดกันแบบอิงกลุ่ม ดังที่เห็นอยู่ลิบๆในภาพนั้นก็เป็นกราฟแสดงความถี่ของคะแนนรวมของนักศึกษา ที่แปลงเป็น Z-score ด้วย แล้วก็ตัดเกรดโดยแบ่งเป็นช่วงๆตามค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (standard deviation) โดยเกรดสูงสุดคือ A ไปจนถึง F

แต่วิชาปฏิบัติการชีววิทยา คะแนนยังไม่เสร็จเลยยังไม่ได้ตัดเกรดครับ

ดูภาพเพิ่มจาก Google+

หรือดูบรรยากาศการตัดเกรดในปีก่อนๆ