บลอกอาจารย์โจ้

Archive for the ‘เกมส์’ Category

ดาบมฤตยู 2

ไปซื้อเกมส์ใหม่สำหรับ Nintendo Switch มาจากร้าน GCorner ที่ห้าง Century แถว ๆ อนุสาวรีย์ ด้วยสนนราคา 1,990 บาท

อย่างไรก็ตาม เมื่อฟังเสียง voice acting แล้ว รู้สึกว่าน่าผิดหวังอยู่ อย่างตัวเอกหลายตัว พบว่าเสียงไม่ค่อยไปกับตัวละครนัก

คะแนน First Impression 6/10

1 ชั่วโมงแรก

  • เนื้อเรื่อง: โลกในเกมกลายเป็นทะเลเมฆ ตัวเอกเป็นคนเก็บของเก่าใต้ทะเลไปขายส่งเงินเลี้ยงครอบครัว มีไททาน (Titan) สิ่งมีชีวิตที่ดำรงชีวิตในโลกเป็นบ้านเคลื่อนที่และเป็นเพื่อนคุย ตัวเอกที่ชื่อเร็กซ์ (Rex) จะได้ภาระกิจให้ไปหาของในที่ที่ยังไม่มีใครไปนัก และได้เงินล่วงหน้าแล้วถึงหนึ่งแสนเหรียญทอง (ซึ่งตัวเอกก็ส่งกลับบ้านไปเก้าหมื่น) มีการกล่าวถึงโลกสมัยก่อนชื่ออีลีเซียม และเทพผู้ก่อตั้ง แต่ในมุมมองของตัวเอก ไม่ใช่เป้าหมายในการดำรงชีวิต
  • ภาพ: ในระบบโมบาย ที่ความละเอียดขอจอของ Nintendo Switch ก็ถือว่าภาพสวยดี การออกแบบถือว่าเพื่อให้เล่นบนหน้าจอเล็ก ๆ ได้ดี ตัวอักษรขนาดใหญ่เห็นชัดเจน (บางเกมส์ถูกพอร์ตมาจากเกมเครื่องใหญ่กว่า ไม่ได้ออกแบบมาเผื่อคนจะเล่นจอเล็ก ๆ ทำให้ตัวอักษรก็ตัวเล็กไปด้วย อ่านลำบาก)
  • เสียง: ค่าจากโรงงานตั้งเสียงเพลงประกอบดังเกินไป ต้องปรับลดเองหน่อย ฉากที่เป็นคัทซีน (cut scene) มีเสียงพากษ์ (ในที่นี้เล่นแบบเสียงภาษาอังกฤษ) คุณภาพของผู้พากษ์กับตัวละครแตกต่างกันไป บางตัวก็ใช้ได้ บางตัวก็ไม่เข้ากันนัก โดยเฉพาะตัวเอกดังที่กล่าวไปแล้ว สำเนียงของตัวละครก็จะแปลก ๆ นิดหน่อยไม่แน่ใจว่าคล้ายของคนประเทศไหน มีบางตัวเป็นอังกฤษกลาง ๆ ในตอนนี้ เวลาสนทนากับตัวละครทั่วไปในเกมส์จะไม่มีเสียงพากษ์ต้องอ่านตัวหนังสือเอาเอง ซึ่งหลังจากได้เล่นเกมส์อื่นที่ราคาถูกกว่านี้แล้วมีบทพากษ์ตลอดทั้งเกมส์ ทำให้รู้สึกว่าเกมนี้ไม่ลงทุนด้านนี้เอาเสียเลย
  • ระบบเกมการเล่น: เป็น JRPG แบบ turn-based คือกดปุ่มสั่งให้ฟันมอนสเตอร์ ตัวเอกก็ฟันมันไปเรื่อย ๆ จนกว่าจะตายกันไปข้างนึง แต่ระหว่างนั้นก็ขยับเปลี่ยนตำแหน่งได้ เพื่อไปเก็บของที่กระเด็นออกจากศัตรูบ้าง หรือเลือกตำแหน่งเริ่มโจมตีใหม่บ้าง ระหว่างเปลี่ยนตำแหน่งก็มีสิทธิ์โดนศัตรูโจมตีฟรี ๆ อีก ระหว่างนั้นท่าพิเศษที่เรียกว่า Art ก็จะค่อยชาร์จ และจะใช้ได้ในเวลาต่อมา ซึ่งก็จะต้องกดปุ่มเช่น X หรือ Y ในการใช้ท่าพวกนี้ บางครั้งศัตรูกระจอก ๆ ก็ตายก่อนที่จะมีท่าพิเศษใช้กับมัน น่าเสียดายที่การใส่ชุดเกราะหรือของใช้เช่นแหวนหรือเข็มขัด ไม่มีผลต่อรูปร่างลักษณะชุดที่ตัวเอกใส่ …อาจจะใส่ชุดแบบที่เห็นตอนเริ่มเกมนี้ไปจนจบเกมส์

Switch_Xenoblade_Chronicles2_2017

ลิงก์ที่เกี่ยวข้อง

Advertisements

100+ ชั่วโมงผ่านไป (DoS II)

ซื้อเกมส์นี้มาจาก Steam ด้วยราคา 899 บาท แล้วเล่นได้มากกว่า 100 ชั่วโมง (และยังไม่จบเกมส์) แสดงให้เห็นถึงความคุ้มค่ากับเงินที่เสียไปมากทีเดียว (เมื่อเทียบกับเกมที่ซื้อมาแล้วจบเร็วไม่มีอะไรให้เล่นต่อ หรือไม่น่าเล่นต่อ หรือเกมส์ที่ซื้อมาแล้วไม่ได้เล่นให้จบ)

DoS2onTV_2017

DoS2 on TV

ภาพหน้าจอที่ถ่ายจาก TV เป็นหน้าจอแรกที่ใช้เลือกว่าจะเล่นด้วยคีย์บอร์ดหรือคอนโทรลเลอร์ (หากต่อคอนโทรลเลอร์กับคอมพิวเตอร์) ทั้งนี้จะเห็นแสงไฟขาวและรูปตัว X ของ Xbox One Controller วางอยู่ด้วย เพราะเล่นเกมส์นี้ด้วยคอนโทรลเลอร์รู้สึกดีกว่าเล่นด้วยคีย์บอร์ด (เพราะเหมือนนั่งทำงานไม่เหมือนเล่นเกมเท่าไหร่) และที่สำคัญ การเคลื่อนตัวละครที่เล่นด้วยคอนโทรลเลอร์รู้สึกดีกว่า คลิ๊กให้ตัวละครวิ่งไปมาในเกม

เนื้อเรื่อง 8/10 (ที่ 100+ ชั่วโมง)

บางคนว่าภาคนี้เนื้อเรื่องสนุกกว่าภาคแรก แต่สำหรับผมแล้ว เนื้อเรื่องหลักของเกมที่มุ่งไปเป็นเทพ สนุกสู้เนื้อเรื่องของแต่ละคน หรือบางเควสไม่ได้ ทั้งนี้ด้านเนื้อเรื่องจึงไม่ได้ให้คะแนนเต็ม แต่การเดินเนื้อเรื่อง โดยเฉพาะผู้บรรยาย (narrator) และความหลากหลายของการเลือกเนื้อหา หรือแนวทางที่อิสระ และส่งผลที่ตามมาที่แตกต่างกัน ถือเป็นจุดเด่นที่สุดของเกมส์ภาคนี้ ที่น่าจะเป็นจุดที่หลายคนให้เนื้อเรื่องเต็ม 10

ระบบเกมส์ 9/10 (ที่ 100+ ชั่วโมง)

เนื่องจากชอบระบบเกมส์แรกอยู่แล้ว ภาคนี้ก็เกือบจะได้เต็ม ที่ขอหักคะแนนเพราะเมื่อเล่นไปเรื่อย ๆ จนถึงจุดที่เล่นมา 100 ชั่วโมงแล้ว ก็จะเริ่มเกิดรูปแบบการเล่นที่คล้าย ๆ เดิม ซึ่งอาจเป็นนิสัยการเล่นของแต่ละคน แต่ถ้าจะให้ดี ระบบเกมส์ควรจะถูกออกแบบมาให้คนเล่นต้องหาทางปรับวิธีการเล่น สร้างสรรค์วิธีใหม่ ๆ ในการเล่น ก็คงจะทำให้น่าสนใจและท้าทายมากขึ้น

กราฟิก ???

ด้วยคอมพิวเตอร์ที่เล่นตั้งค่าได้ประมาณ medium แต่เวลาเล่นจริง เพื่อให้มันไหลลื่นหน่อย ก็ต้องค่าทางกราฟิกต่ำกว่านั้น เลยไม่ต้องคิดประเมินเรื่องนี้แล้วกัน

เสียง 10/10 (ที่ 100+ ชั่วโมง)

การที่ทุกบทพูด (หรือแทบจะทุกบทพูด) มีเสียงพากษ์ตลอด ถือเป็นจุดสำคัญที่สุดหนึ่งของเกมนี้ ในเวอร์ชัน Early Access ก็ไม่น่าเล่นเพราะไม่มีเสียงพากษ์ และแน่นอนว่าเสียงผู้บรรยายประกอบที่จะได้ยินไปตลอดเกมส์ถือว่าสร้างบรรยายกาศของเกมได้สุดยอด น่ามอบรางวัลให้เป็นอย่างยิ่ง ที่น่าให้รางวัลก็คือผู้พัฒนาเกมส์ที่มีแผนในตอนแรกว่าจะมีการพากษ์เสียงระดับน้อยมากในตอนแรก แต่เปลี่ยนใจมาจัดเต็ม และเป็นเรื่องที่ทำได้ดีมาก ๆ เมื่อเทียบกับเกมส์ระดับราคาเดียวกัน หรือแม้กระทั่งเกมส์ระดับราคาสูงกว่าอีกมากมายหลายเกมส์

ความคุ้มค่า 10/10 (ที่ 100+ ชั่วโมง)

แน่นอนว่าที่โพสต์บลอกนี้เพราะเรื่องความคุ้มค่า

เนื่องจากว่ามีตัวละครให้เลือก 6 ตัว (หรือจะสร้างเองก็ได้) ทำให้การเล่นหนึ่งรอบ จะเลือกเล่นได้ 4 ตัว ดังนั้นหากจะเล่นให้ครบทั้ง 6 เนื้อเรื่องของตัวละครที่ผู้พัฒนาเกมส์สร้างไว้ ก็คงต้องเล่น 2 รอบ ดังนั้นหากรอบนี้เล่นไปเป็น 100 แล้ว จะเล่นอีก 2 ตัวละครที่เหลือก็คงจะใช้เวลาอีกระดับนึง

ลิงก์ที่เกี่ยวข้อง

FIFA 18 (Nintendo Switch)

เวลาที่มีเกมส์ที่อยากเล่นวางจำหน่ายสำหรับหลาย ๆ เครื่องคอนโซล (หรือบนคอมพิวเตอร์) จะเลือกเวอร์ชันไหน? คำตอบโดยทั่วไปคงจะเป็นเวอร์ชันที่ดีที่สุด แต่คราวนี้การเลือกซื้อเกมส์เตะฟุตบอล FIFA 18 ไม่ได้เลือกเพราะจะเอาเวอร์ชันที่ดีที่สุด แต่เพราะอยากลองมากกว่า เกมส์นี้วางจำหน่ายเมื่อ วันที่ 29 กันยายน 2560 เวอร์ชันที่เลือกซื้อเป็นแบบดิจิตัล ผ่าน Nintendo eShop ราคา 59.99 USD (2,011.67 บาท)

FIFA18_Switch_01

ข้อดี

หน้าจอตอนเข้าเกมส์ของ FIFA 18 บน Nintendo Switch ด้วยความเป็นเครื่องเกมส์แบบพกพา ทำให้การเกิดข้อดีสูงสุดของการเลือกเวอร์ชันนี้คือเอาไปเล่นที่ไหน ๆ ก็ได้ตามความสะดวก เกมส์น่าจะมีขนาดเล็ก เพราะโหลดเร็วดีใช้ได้

ข้อเสีย

อันดับหนึ่งคือการที่มันอยู่บนนินเทนโด สวิทช์ ทำสับสนกับปุ่มมากกว่าเรื่องอื่น ๆ (เดิมเล่นบน Xbox หรือ Playstation) จะคุ้นกับตำแหน่งปุ่มต่าง ๆ หรือแท่งบังคับมากกว่า พอเปลี่ยนระบบทำเอาสับสน เช่นบน Xbox จะกดปุ่ม A เพื่อส่งบอลให้เพื่อน แต่บน Switch จะใช้ปุ่มที่เขียนว่าปุ่ม B ซึ่งแม้ว่าตำแหน่งปุ่มที่สั่งงานจะเป็นแบบเดียวกับ Xbox แต่ชื่อปุ่มที่เขียนอยู่บนเครื่องมันไม่ใช่ ทำให้เวลากดอาจต้องมีการประมวลผลนิดนึงว่ากำลังกดอะไรอยู่ เพราะหากกดพลาด เช่นต้องการส่งต่อบอล แล้วคิดว่าต้องกดปุ่ม A แล้วไปกดปุ่ม A จริง ๆ บน Switch ก็จะกลายเป็นการยิงประตูไปแทน ซึ่งเป็นคนละเรื่องเดียวกัน และมักจะเสียบอล หรือเตะลูกออกข้างสนามไป

FIFA18_Switch_02.jpg

ขนาดของลูกฟุตบอลในเกมส์ โดยเฉพาะในโหมดพกพาปกติ จะมีขนาดเล็กมาก ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการตั้งค่ากล้องถ่ายภาพของเกมส์ว่าเอาแบบไหน ในภาพที่แสดงใช้กล้องแบบไดนามิก (dynamic) ซึ่งดูเหมือนจะให้ความรู้สึกว่าบอลใหญ่ขึ้นนิดนึงเมื่อเทียบกับโหมดถ่ายทอดสด (broadcast) ที่ปกติจะใช้เวลาเล่นบนคอนโซลค่ายอื่น แม้จ่าเกมส์จะมีหลายโหมดให้เลือก แต่ที่เลือกไดนามิกเพราะดูว่าสมดุลทั้งขนาดลูกฟุตบอล และขอบเขตการมองเห็นสนามและผู้เล่นรอบ ๆ เพราะชอบเล่นแบบจ่ายบอลถึงตัวหรือจ่ายตามช่องมากกว่าแบบอื่น

ข้อเสียอีกข้อหนึ่ง ซึ่งก็เป็นข้อเสียของเครื่องแบบพกพา ที่ถือเล่นด้วยมือก็คือ มุมระนาบของจอกับตา อาจเปลี่ยนไปเปลี่ยนมา บางส่วนเกิดจากการลุ้นระหว่างเล่น เป็นพฤติกรรมที่จะเอียงตัวหรือเคลื่อนคอนโทรลเลอร์ไปมาระหว่างเล่น หรือเกิดจากการล้าเพราะถือเล่นนาน ๆ ในกรณีที่ถือเล่น และระนาบของหน้าจอเปลี่ยนไป อาจไปสะท้อนแสงของสิ่งแวดล้อม เช่นดวงไฟในห้องเข้าตาในระหว่างเล่น ซึ่งจะทำให้รู้สึกรำคาญ การปิดไฟเล่นอาจช่วยได้เรื่องแสงจากสิ่งแวดล้อมสะท้อนเข้าตา แต่เวลามือล้าหรือลุ้น ระนาบของจอก็เปลี่ยน ส่งผลกระทบต่อภาพที่เห็นอยู่ดี จะให้วางบนโต๊ะ ถอยคอนโทรลเลอร์ (จอยคอน) ออกมาเล่นก็คงจะทำได้ แต่นั่งเล่นอยู่ท่าเดิม ๆ ก็อาจจะเมื่อย พอเปลี่ยนอิริยาบถก็คงจะเสียระนาบสายตากับจอภาพอีกเหมือนกัน ถ้าไม่ชอบข้อเสียข้อนี้ อาจเลือกเล่นแบบต่อออกจอทีวีแทน แต่ก็กระทบกับความต้องการที่ใช้เล่นแบบพกพาอีกนั่นเอง

สรุป

ปกติเล่น FIFA ไม่เต็มศักยภาพอยู่แล้ว ถือว่าเล่นได้ตามที่ต้องการก็โอเค ดังนั้นในเบื้องต้น ก็ถือว่าคุ้มค่าระดับหนึ่ง และจะคุ้มหากเปิดเล่นบ่อย ๆ หรือเอาไปไหนมาไหนแล้วได้เล่นบ่อย ๆ ตามจุดแข็งของเวอร์ชันนี้ ก็จะคุ้มค่ามากขึ้น ปกติจะให้ 8/10 แต่ขอตัดคะแนนส่วนที่เวอร์ชันอื่นมีมากกว่า แต่ไม่มีเวอร์ชันสวิทช์ แม้จะราคาใกล้กันสัก 1 คะแนน

คะแนนความคุ้ม 7/10

ลิงก์ที่เกี่ยวข้อง

เกมระดับเทพ Divinity Original Sin 2

ในที่สุดเกม Divinity Original Sin 2 ก็วางจำหน่ายจริง ๆ เสียที หลังจากอยู่ในสภาพของ Steam Early Access ที่ผมก็ได้ลองเล่นไปก่อนหน้านี้แล้ว (ดูลิงก์)

ดูคลิปตัวอย่างของเกมส์นี้แล้ว อยากเล่นบ้างไหม? สำหรับคนที่ชอบเกมส์แบบ RPG คงต้องชอบแน่นอน และหากยิ่งชอบสไตล์การเล่นต่อสู้แบบ turn-based ด้วยแล้วยิ่งต้องชอบกันไปใหญ่

แม้จะเสียดายอยู่ที่เครื่องคอมฯ ที่ใช้ตอนนี้คงเล่นเกมส์นี้ที่คุณภาพสูงสุดไม่ได้ นอกจากนี้ยังมีโอกาสที่เล่นแบบช่วยกัน สองคนถึงสี่คนก็ได้ หรือจะต่อสู้กันเองก็ได้ หรือจะเล่นแบบมีคนนำเล่นที่เรียกว่า DM หรือ Dungeon Master มาบัญชาการเกมส์ที่เล่นก็ได้

ข้อดีของการเล่น RPG การได้สวมบทบาท และได้คิดแนวทางในการเล่นเอง โดยเฉพาะในเกมนี้ที่หนทางที่จะเล่นมีให้เลือกเอาเองมากมาย ไม่ว่าจะเล่นตามบทบาทที่ผู้พัฒนาเกมคิดมาให้ไว้ก่อนหลายรูปแบบ ซึ่งดูเหมือนจะรู้จุดเริ่มต้น แต่เส้นทางที่ไปถึงจุดหมายจะเป็นอย่างไรก็ขึ้นอยู่กับเราเอง การสร้างตัวละครใหม่ขึ้นมาเอง ไม่เอาแบบที่ผู้ผลิตเกมสร้างคอยไว้ก่อนก็ได้ นอกจากนี้ในระหว่างเล่นเกมส์ สมาชิกในทีมก็มีผลต่อเนื้อหาการเล่น เช่น ล่าสุดทีมที่เล่นอยู่ ไปคุยกับหมา (ในเกมนี้จะมีความสามารถที่เรียกว่า Pet Pal ทำให้คุยกับสัตว์ชนิดต่าง ๆ ได้) แต่หมาไม่ยอมคุยด้วย เพราะมัวแต่ไปสนใจแมวที่ติดตามมากับทีมที่เล่น จึงแยกตัวออกมา โดยที่ไม่มีแมวตามมาด้วย ซึ่งทำให้คราวนี้หมาก็ยอมคุยด้วย และให้กุญแจที่มันเจอ แถมบอกว่าหากเจอเพื่อนมันชื่อเอ็มมี่ ฝากบอกด้วยว่าคิดถึง … เหตุการณ์นี้จะไม่เกิดขึ้น ถ้าคนที่เล่นเกมส์นี้คนอื่น ไม่ได้มีแมวตามมาด้วย หรือหากมีแมวตามมาด้วยก็ไม่ได้แยกตัวออกมาเพื่อคุยกับหมาคนเดียว …ทีนี้ลองจินตนาการว่าทั้งเกม มีเรื่องแบบนี้ตลอด… หรือบ่อย ๆ จะเป็นอย่างไร?

ในขณะนี้เล่นมาแล้วหลายชั่วโมง ระดับความคุ้มค่าอยู่ที่ 10/10

ถึงตอนนี้คะแนนรีวิวของ DoS II เริ่มหลั่งไหลออกมาในทางที่ดีมาก ถึง ดีเลิศ ยกตัวอย่างเช่น

GameSpot ที่ให้ไว้เต็ม 10/10 คะแนน ในขณะที่เว็บรวบรวมคะแนนริวิวอย่าง Metacritic พบว่าค่าเฉลี่ยคะแนนรีวิวจากหลายภาคส่วนอยู่ที่ 94% ณ วันที่เขียนนี้

เห็นด้วยมาก ๆ กับคลิปข้างบน ที่ว่าเกมส์ DoS II นี้ให้ผู้เล่นได้เล่น RPG จริง ๆ มากกว่าเกมส์อื่น ๆ

เล่นด้วยกัน 2 คน 3 คน หรือ 4 คน

จะมีสักกี่เกมส์ที่เล่นด้วยกันได้มากกว่า 1 คน จะมีแต่ละคนจะมาเล่นด้วยกันตอนไหนก็ได้ (นัดกันเล่นในแต่ละครั้งในเซฟเดียวกัน) เล่นด้วยกันมากถึง 4 คน แล้วที่สำคัญ แต่ละคนมีบทบาทของตัวเองให้เล่น มีภาระกิจของตนให้ทำ …บ้าไปแล้ว… แล้วกับเกมส์ที่เป็น RPG ที่ทำแบบนี้ ผมเองยังไม่เคยเห็น

ในพื้นที่เริ่มต้นของเกมส์ ผู้เล่นจะได้รับภาระกิจต่าง ๆ ซึ่ง ณ จุดนี้ในการเล่นของทั้งคู่ ได้เจอกับเซบิล ที่จ้องจะสอบปากคำสปริงเทล แต่ผู้เล่นทั้งคู่ไม่ชอบเซบิล เลยไม่สนใจเนื้อเรื่องของเซบิล

เมื่อทั้งคู่คุยกับสปริงเทล พบว่ามีเนื้อเรื่องส่วนที่เกี่ยวกับภาระกิจที่ต้องตามหาขโมย และช่วยผู้บริสุทธิ์อย่างอมีโรที่ถูกขังอยู่โดยพ่อครัวชื่อกริฟ

ทั้งคู่ตัดสินใจว่าจะช่วยอมีโร เพราะแท้จริงแล้วสปริงเทลก็คือขโมยนั่นเอง และไม่สนใจเนื้อเรื่องที่เกี่ยวกับข้องเดอะเรดปรินซ์ ที่ต้องให้สปริงเทลช่วยใช้ความฝันนำทางตามเนื้อเรื่อง

เมื่อทั้งคู่ได้สินค้าที่จะนำไปคืนกริฟได้ ก็ตัดสินใจทิ้งคนเอาไว้เพื่อดูว่าเซบิล จะมาลอบสังหารสปริงเทลหรือไม่ แต่ในจังหวะที่พ่อครัวกริฟรู้ว่าหัวขโมยเป็นสปริงเทล ก็ส่งคนมาลอบสังหารสปริงเทลทันที

ปกติแล้วคงไม่มีใครเห็นเหตุการณ์นี้ เพราะอาจจะทิ้งสปริงเทลไว้ แล้วไปคุยกับกริฟ แต่เพราะทั้งคู่คิดว่าเซบิลจะมาฆ่าสปริงเทล การทิ้งคนไว้หนึ่งคน ทำให้เห็นเหตุการณ์ที่มีคนมาลอบฆ่าสปริงเทล แต่กลับไม่ใช่เซบิลแบบที่ทั้งคู่คิดเอาไว้!!!

…ผู้ผลิตเกมส์นี้ทำอย่างไร ถึงทำให้ได้เกมส์แบบนี้ออกมา ผลจากการเล่นไม่ว่าจะเป็นการพูดคุย ไปจนถึงการกระทำของตัวละครในเกมส์ นำไปสู่ผลที่ตามมาในลักษณะที่แตกต่างกันอย่างน่าทึ่ง

ลิงก์ที่เกี่ยวข้อง

Nintendo Switch

นินเทนโด สวิชท์

Nintendo_Switch_20170727
โหมดตั้งโต๊ะ

Switch_Comparison_20170724

เปรียบเทียบขนาด 3DS, Switch และ Note 8

วันจันทร์ที่ 24 กรกฎาคม 2560 ถือเป็นฤกษ์ดีที่จะได้ถอยเครื่องเล่นเกมส์ใหม่อย่างนินเทนโด สวิทช์ (Nintendo Switch) ซึ่งได้ไปซื้อมาจากร้าน GCorner ที่ The Century Movie Plaza อนุสาวรีย์ ราคาของเวอร์ชัน Neon และเป็นชุดที่จัดขึ้นมาพร้อมเกมและของแถมอื่น ๆ ราคา 15,590 บาท

จากที่เปิดตัวไปเมื่อเดือนตุลาคม 2559 และเริ่มวางจำหน่ายวันที่ 3 มีนาคม 2560 (สรุปว่าซื้อมาหลังจากวางขายได้ 4 เดือน กับ 23 วัน) ในขณะนี้ยังเหลือเครื่องคอนโซลอีกหนึ่งยี่ห้อที่ยังไม่ได้ซื้อก็คือ Microsoft Xbox One ซึ่งกำลังคิดว่าจะซื้อเวอร์ชัน Xbox One X ดีหรือไม่ ซึ่งจะวางจำหน่ายในเดือนพฤศจิกายน 2560 นี้

เปลี่ยนแผ่นหรือตลับเกมส์ตอนเปิดเครื่องอยู่ทำได้หรือไม่

  • หลังจากค้นหาในอินเตอร์เน็ตก็พบว่า เราสามารถเปลี่ยนตลับเกมส์ในขณะที่เครื่องเปิดอยู่ได้ โดยต้องมั่นใจว่าไม่เกมส์ที่จะเปลี่ยนออกถูกปิดการทำงานแล้ว ซึ่งหมายถึงการกดปุ่ม Home แล้วกดปุ่ม X เพื่อปิดการทำงานของเกมส์หรือซอฟท์แวร์ที่ใช้อยู่ และก็สามารถเปลี่ยนตลับหรือแผ่นเกมส์ได้เลย หรือจะปิดเกมส์แล้วเข้า Sleep Mode ค่อยเปลี่ยนก็ได้เหมือนกัน

เกมส์ที่มีเล่นในขณะนี้

  • Splatoon 2 (ซื้อเมื่อ 24 ก.ค. 2560)
  • Zelda: Breath of the Wild (ซื้อเมื่อ 26 ก.ค. 2560)
  • PuYoPuYo Tetris (ซื้อเมื่อ 26 ก.ค. 2560)
  • Just Dance 2017 Demo (ดาวน์โหลดเมื่อ 27 ก.ค. 2560)
  • Disgaea 5 Complete (ซื้อเมื่อ 27 ก.ค. 2560)
  • Mario+Rabbids Kingdom Battle (ซื้อเมื่อ 28 ส.ค. 2560)
  • I am Setsuna. (ซื้อเมื่อ 2 ก.ย. 2560)
  • Pokken Tournament DX Demo
  • Octopath Travellers Demo
  • FIFA 18 (ซื้อเมื่อ 29 ก.ย. 2560)

Mario_Rabbids_20170828

ตัวอย่างเกมส์ที่โหลดมาเป็นเดโมบนเครื่อง

  • Rayman
  • SnipperClips
  • Just Dance 2017

เกมส์ที่อยากได้

  • Pokemon Star
  • Pokken Tournament DX

ลิงก์ที่เกี่ยวข้อง

เกมส์นรก

จบข่าว

แก๊งทวงหนี้แห่งโลกแฟนตาซี

ในเกมที่มีชื่อว่า Aarklash: Legacy เราจะได้เล่นเป็นกลุ่ม Wheel Sword ที่รับทำภาระกิจทวงหนี้ให้กับสมาคม (Guild) ที่มีชื่อว่า Goldmongers ที่แค่เริ่มเล่นก็จะได้พบแล้วว่างานที่ได้รับมากับสิ่งที่เกิดขึ้นดูเหมือนจะไม่ได้เป็นเช่นนั้น

ระบบเป็นแกมส์เป็นแบบที่เรียกว่า real-time turnbase ที่เน้นเชิงวางแผน (strategy) สมาชิกในทีมมีได้ 4 คน ที่จะต่อสู้กับศัตรูด้วยวิธีต่าง ๆ โดยเราสามารถสั่งให้ทำอะไรได้ต่อเนื่องกันได้

น่าเสียดายที่ไม่ได้ซื้อตอนมันราคาเหลือ 1.99 USD (เพราะไม่รู้)

เลือกซื้อจาก Steam เพราะก็ยังถูกกว่าบน GOG

ใช้ Xbox ในการเล่นผ่านโปรแกรม JoyToKey ก็ถือว่าโอเคระดับหนึ่ง แต่เชื่อว่าเกมส์ถูกออกแบบมาให้เล่นด้วยคีย์บอร์ดและเมาส์มากกว่า แต่บังเอิญไม่ชอบใช้คีย์บอร์ดกับเมาส์เล่น โชคดีที่เกมส์นี้มีระบบให้ map แป้นพิมพ์กับคำสั่งในเกมส์ใหม่ได้ ทำให้เราสามารถกำหนดปุ่มบนคอนโทรลเลอร์ แล้วค่อยไป map ใหม่ในเกมส์ได้ แต่อาจจะต้องทดลองให้เหมาะอีกสักระยะ

ตอนนี้เล่นไปได้สัก 1 ชั่วโมงแรก คิดว่าภาพสวยดีมีเอกลักษณ์ ระบบต่อสู้เป็นสิ่งที่น่าสนใจ เนื้อเรื่องดูเหมือนจะเข้มข้นในตอนแรกนี้

ลิงก์ที่เกี่ยวข้อง