บลอกอาจารย์โจ้

Archive for the ‘ท่องเที่ยว’ Category

กว่าจะมาเป็นหนังสือการผจญภัยของ A. R. Wallace

หลังจากที่ได้แปลหนังสือ The Origin of Species ร่วมกับอาจารย์หลาย ๆ ท่านไปแล้วครั้งหนึ่งแล้ว ก็ถึงเวลางานแปลเล่มถัดมา ซึ่งในครั้งนี้หัวหน้าทีมเลือกหนังสือของวอลเลซมาแปลกัน (เนื่องจากมีสำนักพิมพ์สนับสนุนให้แปล แล้วจะพิมพ์ขายในภายหลัง)

เมื่อตกลงกันได้ถึงสมาชิกทีมแปล ซึ่งน่าเสียดายว่าไม่ใช่ทีมเดิมทั้งหมด ก็แบ่งงานกัน ในครั้งนี้ผมได้รับมอบหมายให้ดูบทที่ 10 บางส่วน ไปจนถึงบทที่ 20 ในการแปลขั้นต้น เพื่อนำไปรวมกันและเรียบเรียงอีกที

Wallace_Translation_Statistics_2017

ดูเหมือนบทที่ 17 จะยาวที่สุดในส่วนที่รับผิดชอบนี้ ซึ่งเมื่อนับรวมแล้วจะต้องแปลรวมกันถึง 238 หน้า ซึ่งหากจะแปลทั้งหมดให้เสร็จทันวันที่ 4 ธันวาคม จะต้องแปลวันละประมาณ 16 หน้า (ณ ขณะที่พิมพ์บลอกนี้เหลือเวลาอีก 15 วัน)

กำหนดการ

  • ประชุมครั้งที่ 1 เพื่อกำหนดทิศทางและแนวทางการดำเนินการ วันศุกร์ที่ 5 พฤษภาคม 2560
  • ประชุมครั้งที่ 2 เพื่อพิจารณาผลการดำเนินงานเบื้องต้น ในวันจันทร์ที่ 4 ธันวาคม 2560

บรรยากาศการประชุม

ลิงก์ที่เกี่ยวข้อง

Advertisements

บั้งไฟพญานาค

ลิงก์ที่เกี่ยวข้อง

ของกินที่วิลเลจฟาร์มแอนด์ไวน์เนอรี

ผมและทีมผู้บริหารคณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล จัดประชุมทีมเพื่อปรับแผนกลยุทธ์ ที่ Village Farm & Winery มีโอกาสได้ลิ้มลองอาหารและเครื่องดื่มอร่อย ๆ มากมาย (ดูที่อัลบั้มภาพนี้)

Village_Farm_Food_20171006-08_048

Roasted Pork Leg (Schweinshaxe) with Thai Style Chili Dip

ที่เด็ดมาก ๆ คือขาหมูทอดเยอรมัน ใช้ขาหน้าหมู รสชาติเข้มข้น ซึมซาบเข้าไปหัวระแหง เนื้อฉ่ำหวาน หนังกรอบ ราคาก็คงพรีเมี่ยมตามคุณภาพ โดย ณ วันที่ไปทานนั้น ราคาจานนี้อยู่ที่ 550 บาท

Village_Farm_Food_20171006-08_045

ชาเสาวรสและเสาวรสโซดา

หากไม่ใช่คอไวน์ ผมขอแนะนำน้ำชาเสาวรส (ในภาพเป็นแบบเย็น แต่ก็มีแบบร้อนด้วย) และเสาวรสโซดา ซึ่งปลูกเอง ทำเอง เหมือนกัน ไม่ได้มีดีแค่ไวน์

Village_Farm_Food_20171006-08_015

น้ำองุ่นแท้ 100%

เป็น Winery ก็ต้องมีองุ่น ส่วนนึงก็ถูกนำมาทำน้ำองุ่นขายด้วย ในภาพนี้ขวดละ 90 บาท ดื่มเย็น ๆ อร่อยเข้มข้นมาก หากใครคิดว่าแรงไปก็คงต้องใส่น้ำแข็ง ซึ่งทางรีสอร์ทก็นำมาต้อนรับคณะของเราในค่ำวันศุกร์ที่เดินทางไปถึง

ลิงก์ที่เกี่ยวข้อง

การเดินทางของยาน Voyager

การเดินทางของยาน Voyager 1 และ 2 ในรูปแบบการนำเสนอที่เข้าใจง่าย และดูยิ่งใหญ่ ก้าวหนึ่งของมวลมนุษยชาติในห้วงอวกาศอันกว้างใหญ่ไพศาล

ลิงก์ที่เกี่ยวข้อง

รับบัตรคิวขึ้นแท็กซี่

เดินทางกลับมาจากขอนแก่น ถึงท่าอากาศยานดอนเมือง เวลาประมาณ 19:30 ใช้เวลาเดินมาถึงจุดรับบัตรคิวขึ้นแท็กซี่ในเวลา 19:46 แสดงว่าใช้เวลาเดินออกมาจากเครื่องถึงจุดคอยแท็กซี่ของสนามบินใช้เวลาไป 16 นาที ด้วยความเร็วในการเดินเรื่อย ๆ

Donmueng_Taxi_Service_20170818

ที่ห้องพักผู้โดยสารรถสาธารณะ มีเครื่องจ่ายบัตรคิว (ดังภาพ) และมีเจ้าหน้าที่คอยกดและยื่นบัตรคิวให้ ตอนเห็นคนในห้องก็เหนื่อยใจ เพราะคงจะต้องคอยนานแน่ ๆ

ข้อมูลที่แสดงในบัตรคิวก็มีประโยชน์ ช่วยให้ทำใจได้ (126 คิว)

Donmueng_Taxi_Service_20170818-2

เมื่อลองหาข้อมูลทางอินเตอร์เน็ตดู พบว่าในห้องนี้น่าจะมีที่นั่งรวม ๆ กันแล้วเป็น 100 ที่ ด้านนอกก็มีมีที่นั่งอีก แต่ไม่มีเครื่องปรับอากาศ ในวันที่เดินทางอากาศไม่ค่อยร้อน ก็ยืนคอยบ้าง แล้วก็ได้นั่งบ้าง ในเวลา 20:16 ก็มาถึงคิวที่ได้รถกลับบ้าน

สรุปแล้วคอยคิวอยู่ 30 นาทีกันเลยทีเดียว และที่จุดนี้ต้องเสียค่าบริการเพิ่มให้กับแท็กซี่อีก 50 บาท

บนโลกอินเตอร์เน็ตมีผู้แนะนำหลายอย่าง สำหรับการใช้รถแท็กซี่ สำหรับผู้โดยสารขาเข้า

  • ใช้บริการแท็กซี่ ที่มาส่งผู้โดยสารขาออก
    • ผู้แนะนำบอกว่า มีรถแท็กซี่เข้าส่งผู้โดยสารขาออกตลอดเวลา เราสามารถไปเรียกได้เลย และไม่ต้องจ่าย 50 บาทด้วย ข้อเสียคือการทำให้การจราจรในบริเวณส่งผู้โดยสารขาเข้าติดขัดได้ และสนามบินคงเสียรายได้นิดหน่อย
  • ใช้บริการแท็กซี่ นอกสนามบิน
    • หากยอมเดินออกมาด้านนอกดอนเมือง ติดถนนใหญ่ ก็เรียกแท็กซี่ได้ตามปกติ ผู้แนะนำกล่าวถึงข้อเสียว่า แท็กซี่ที่วิ่งผ่านข้างนอก มักปฏิเสธผู้โดยสารคนไทย เพราะอยากได้เหมาจ่ายจากนักท่องเที่ยวต่างชาติ
  • ใช้บริการอื่นแทน
    • มีรถเมล์เชื่อมต่อระบบข่นส่งอื่น ๆ บริการ ค่าใช่จ่าย 30 บาท เหมาะสำหรับคนไม่รีบ (รถใหญ่ไปช้า อาจไม่เร็วเท่ารถเล็กแบบแท็กซี่) ของไม่เยอะ

โดยสรุป ผมเห็นว่าการจัดที่บริการ มีบัตรคิวให้ก็ดีกว่า ไปยืนต่อคิวเป็นแถว ๆ ร้อน ๆ แบบสมัยก่อน มีที่นั่งให้ด้วย แต่ในเวลาที่เครื่องลงเยอะ ๆ คนก็นั่งกันเต็ม คนที่มีของเยอะ อาจกีดขวางคนอื่นบ้าง

ลิงก์ที่เกี่ยวข้อง

แก้ว YETI เย็นขั้นเทพ

ผู้ใช้จริงคุยว่าเก็บความเย็นได้ขั้นเทพ โดยโชว์แก้วที่มีน้ำแข็งจากเมื่อวานให้ดู หลังจากที่วางทิ้งไว้ตั้งแต่เมื่อวานก่อนกลับบ้าน ก็เพียงพอที่จะทำให้ผมไปซื้อมาลองใช้บ้าง

YETI_20_20170726

แม้ว่าแก้วที่กล่าวถึงจะมีขนาดใหญ่ถึง 30 ออนซ์ แต่ผมคิดว่ามันใหญ่เกินไป จึงลงเอยไปซื้อในตลาดนัดที่คณะวิทยาศาสตร์ ซึ่งผู้สันทัดกรณีบอกว่าของแท้แน่นอน แต่เลือกขนาด 20 ออนซ์แทน เพราะจับถนัดมือกว่า และกาแฟเย็นหนึ่งแก้ว ก็ใส่ในแก้วขนาดนี้ได้พอดี จริง ๆ จะมีฝาปิดที่มาพร้อมกับแก้วด้วย แต่ในภาพไม่ได้ปิดฝาไว้

สีและลายของแก้วมีให้เลือกหลากหลายเหมือนกัน จริง ๆ แล้วอยากได้แก้วสีเงินของสแตนเลสธรรมดา ๆ แต่ไม่มี ก็เลยเลือกเอาแก้วสีรุ้ง ที่ผู้ขายบอกว่าเป็นสี ม่วง ทอง และฟ้า (ดังภาพ) มาหนึ่งใบ ราคาที่ซื้อมาคือ 320 บาท ที่ต่างจากแก้วขนาดใหญ่ 30 ออนซ์ เพียงนิดเดียว จึงมีผู้เสนอว่าให้ซื้อแก้วใหญ่ไปเลย แต่ด้วยความต้องการที่จะถือแก้วนี้ไปมาได้สะดวกหน่อย จึงเลือกขนาดนี้มาแทน

เก็บน้ำแข็งได้นาน ๆ จริงหรือไม่?

  • เมื่อนำมาใช้เอง ก็ต้องพิสูจน์สักหน่อย แม้ว่าจะไม่ได้ทดลองเปรียบเทียบเป็นเรื่องราว แต่ก็เห็นได้ว่ามันเป็นแก้วที่เก็บน้ำแข็งได้นาน ๆ จริง ๆ สมคำร่ำลือ หากทานน้ำหมด หรือแต่น้ำแข็ง ถ้าเติมน้ำลงไปเพิ่ม และเป็นน้ำเย็นอยู่แล้ว ก็จะพบว่าน้ำแข็งแทบจะไม่ละลาย เวลาน้ำหมดหรือแต่น้ำแข็ง จะพบอาการน้ำแข็งจะเชื่อมติดกัน จนบางครั้งเมื่อดึงหลอดออกมาแล้ว จะปักกลับลงไปก็ทำได้ยาก ซึ่งอาจเป็นเพราะน้ำแข็งที่ละลายกลายเป็นน้ำ ก็เป็นน้ำที่อุณหภูมิต่ำ พร้อมจะแข็งตัวใหม่ และเชื่อมน้ำแข็งแต่ละก้อนเข้าด้วยกันก็อาจจะเป็นได้

คุ้มไหม?

  • ใช้มาสองวันแล้ว บอกได้ว่าคุ้มแน่นอน และด้วยคุณภาพการผลิตที่เป็นสแตนเลสชิ้นเดียว ไม่มีรอยต่อ ก็ทำให้เชื่อได้ว่ามันคงทนมากเช่นกัน

ลิงก์ที่เกี่ยวข้อง

หน้ากากช่วยดำน้ำในตำนาน

เมื่อเห็นคลิปนี้บน Facebook

ซึ่งก็เป็นอุปกรณ์ที่เป็นนวัตกรรมช่วยให้ดำน้ำดูปะการังแบบ snorkeling ได้ง่ายขึ้น โดยไม่ต้องหายใจทางปาก แต่ก็ทำให้นึกถึงการ์ตูนในอดีตสมัยยังเด็ก ๆ อย่าง The Snorks

เนื่องจากจำชื่อไม่ได้ ก็พยายามค้นหาด้วย Google ด้วยคำว่า animation underwater บ้าง แต่คีย์เวิร์ดที่ทำให้หาเจอก็คือคำว่า snorkel ที่จำได้ว่าตัวการ์ตูนมีท่ออยู่บนหัวนั่นเอง

ดังนั้นหน้ากากช่วยดำน้ำแบบนี้น่าจะเรียกว่า snorkmask หรือดำน้ำแบบนี้เรียกว่าเป็น snorking (แต่ดูเหมือนจะเป็นคำที่มีความหมายอื่นอยู่แล้ว)

ลิงก์ที่เกี่ยวข้อง