บลอกอาจารย์โจ้

Archive for the ‘การศึกษา’ Category

รูปภาพ

B410 Studio

ผลกระทบจาก COVID-19 ทำให้อาจารย์มหาวิทยาลัยต้องจัดการเรียนการสอนแบบออนไลน์กัน และผมก็ต้องใช้ห้องทำงานเพื่อบันทึกวิดีโอการสอนให้นักศึกษาดูแทนการมานั่งเรียนในห้องด้วย

แต่ถ้าย้อนกลับไปเมื่อปี 2556 ผมก็เคยบันทึกการสอนทำวิดีโอมาแล้วครั้งนึงในเรื่องความหลากหลายทางชีวภาพของสัตว์ในวิชา วทชว 117 ที่ไม่น่าเชื่อว่าอุปกรณ์ที่เคยใช้ในวันนั้น ยังคงอยู่ถึงวันนี้

มีเพียงฮาร์ดดิสก์ในเครื่องคอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊ก Lenovo ที่โดยเปลี่ยนเป็น SSD ไปแล้ว ส่วนไมโครโฟนของ Kanen ราคา 140 บาทจากร้านศาลายาสโตร์ที่ปิดตัวไปแล้ว ก็ยังคงอยู่และใช้งานได้ดี

แต่ตอนบันทึกจริง ๆ ใช้เครื่องคอมตั้งโต๊ะที่เห็นในภาพแรกแทน เพราะดูเหมือนว่าเครื่องโน๊ตบุ๊คที่เป็น CPU Core i3 จะสู้เครื่องตั้งโต๊ะที่เป็น i5 ไม่ได้ และมีวิดีโอที่ทำแล้วเสียงกับภาพไม่ตรงกับตอนที่นั่งบรรยายด้วย เลยต้องย้ายเครื่องหลังจากที่วางแผนว่าจะใช้โน๊ตบุ๊คแล้วไปหาที่นั่งบันทึกเสียงที่เหมาะสม เลยต้องใช้ห้องทำงาน (B410) เป็นสถานที่บันทึกเสียงการสอนไปโดยปริยาย

แก้ปัญหาเสียงเบาเกินไป

หลังจากปล่อยให้นักศึกษาดูวิดีโอการสอนไปก็มีนักศึกษาแจ้งว่าเสียงมันเบาไป เลยต้องหาทางทดสอบว่าด้วยอุปกรณ์ที่มีจะทำให้เสียงมันดังขึ้นมาได้ไหม โดยไม่ต้องเอาเสียงพัดลมแอร์ในห้องเข้ามาด้วย และจากการทดลองดังคลิป https://youtu.be/J_9qnqmlieQ ก็เป็นไปได้ว่าจะได้เสียงดีที่สุดจากอุปกรณ์ที่มีจาการตั้งค่าเอาเสียงจากไมโครโฟนเป็น 100% และบวกเพิ่มหรือ Boost อีก +10 dB โดยังคงต้องใช้ฟังก์ชัน Noise Suppression อยู่ เพราะพอปิดการใช้งานเท่านั้น เสียงแทรกจากพัดลมแอร์ก็เข้ามาทันที รอบแรกที่อัดเสียงค่าอยู่ที่ 90% และค่า Boost เป็น 0 ก็สมควรที่จะเงียบเกินไปอย่างที่นักศึกษาบ่น

ไมโครโฟน USB

ตั้งแต่ต้องทำงานที่บ้าน (work from home) เหมือนกับหลาย ๆ ท่าน ก็พบว่าไมโครโฟนที่มีอยู่เดิมใช้กับคอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊คที่มีได้เหมือนกันแต่มีเสียงรบกวนตลอด เมื่อตรวจสอบดูจึงพบว่าอาจจะเป็นเพราะช่องที่ใช้เสียบไมโครโฟน แท้จริงแล้วเป็นช่องที่รองรับทั้งหูฟังและไมโครโฟนในตัวเดียวกัน การนำไมโครโฟนเฉย ๆ ไปใส่อาจทำให้เกิดสัญญาณรบกวนจนไม่สามารถบันทึกเสียงการบรรยายเลคเชอร์ได้ จึงต้องใช้หูฟังแบบที่มีไมโครโฟนติดมาด้วยแบบที่เรียกว่าเป็นแฮนด์ฟรี เช่นที่ใช้กับมือถือมาอัดเสียงแทนไปพลาง ๆ ก่อน แล้วค่อยหาเรื่องสั่งไมโครโฟนแบบ USB มาอีกทีจาก JIB 

จากการใช้ห้องทำงานเป็นสตูดิโอ ก็เลยต้องใช้ห้องนอนเป็นสตูดิโอที่ขอตั้งชื่อว่า สตูดิโอ 624 (ก็เอามาจากบ้านเลขที่นั่นเอง)

ลิงก์ที่เกี่ยวข้อง

สร้างห้องเรียนด้วย Google Classroom

ในภาวะที่มีการระบาดของโรค COVID-19 การเรียนการสอนแบบออนไลน์ดูเป็นทางเลือกหนึ่งที่ทำให้นักเรียนนักศึกษามีความปลอดภัยจากการติดโรคมากขึ้นกว่าการมานั่งเรียนรวมกันในห้องที่มีจำนวนนักเรียนนักศึกษาจำนวนมากและนั่งอยู่หรือฝึกปฏิบัติการอยู่ใกล้ ๆ กัน

Google Classroom เป็นบริการหนึ่งบนแพลตฟอร์มของกูเกิ้ลที่ช่วยให้อาจารย์สามารถติดต่อสื่อสาร มอบหมายงาน และวัดประเมินผลการเรียนรู้ของนักเรียนนักศึกษาได้โดยง่าย และในกรณีที่สถานศึกษาใช้บริการของแพลตฟอร์มแล้วจะทำให้สามารถจัดการเรียนการสอนได้อย่างปลอดภัย

ภาพระหว่างบรรยายการใช้ Google Classroom ให้กับบุคลากรคณะวิทยาศาสตร์ เมื่อวันศุกร์ที่ 13 มีนาคม 2563 (ภาพโดยอ.ป๋วย)

คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล จัดการอบรมเชิงปฏิบัติการ/สาธิต การใช้ Google Classroom และการสร้างเนื้อหาในการเรียนการสอนออนไลน์ เช่นการทำวีดิโอบันทึกการสอน หรือการสอนออนไลน์สด ๆ กับนักศึกษา ที่ห้อง L-04 และ L-02 เมื่อวันศุกร์ที่ 13 มีนาคม 2563 โดยแบ่งเป็นภาคเช้าและภาคบ่ายตามลำดับ

สไลด์ประกอบการบรรยายและ Class Code สำหรับเข้าชั้นเรียนตัวอย่าง ซึ่งในที่นี้เป็นระบบที่ต้องใช้ชื่อผู้ใช้ในระบบของกูเกิ้ลภายใต้โดเมน mahidol.edu

เตรียมความพร้อมสู่การสอนออนไลน์

ประการแรกนั้น การสอนออนไลน์แบบ Live หรือสอนสด ๆ แล้วให้นักเรียนเข้ามาดู เพื่อให้มีการตอบโต้กันได้ยังไม่ใช่วัตถุประสงค์สำคัญ แต่จากการเข้าร่วมการอบรมกับคณะวิทยาศาสตร์ ทำให้ทราบว่ามีหลายตัวเลือก เช่นการใช้ Google Meet และ WebEx ที่ทางมหาวิทยาลัยมหิดลมีให้อาจารย์ใช้ โดยต้องแจ้งความจำนงผ่านเว็บไซต์ของกองไอที ของมหาวิทยาลัยก่อน

เปลี่ยน PowerPoint ให้เป็น VDO

เนื้อหาส่วนใหญ่ที่ใช้สอนอยู่ในรูปของไฟล์ PowerPoint ที่มักจะพิมพ์เป็น PDF แล้งให้นักศึกษาดาวน์โหลดไปใช้ประกอบระหว่างการเรียน ซึ่งสามารถแปลงให้เป็น VDO แล้วอัพโหลดขึ้น YouTube ได้เลยด้วยตัวโปรแกรม PowerPoint โดยใช้เมนู File -> Export -> Create a VDO แล้วจะเลือกความละเอียด และการใช้คำบรรยายและเวลาแสดงแต่ละสไลด์ได้หากได้บันทึกเอาไว้ จากนั้นเมื่อเลือกสร้างวิดีโอ ก็จะได้ไฟล์ในรูปแบบของ MP4 (MPEG-4) ออกมา

จากการทดลองใช้ไฟล์ PowerPoint 2016 ขนาดไฟล์ 10.5 MB จำนวน 95 สไดล์ มาสร้างเป็นวิดีโอตามวิธีที่กล่าวมาข้างต้น จะได้ไฟล์ MP4 ขนาด 23 MB ที่ความละเอียด 640×480 แสดงสไลด์ละ 5 วินาที โดยไม่มีคำบรรยายที่เป็นเสียงประกอบ ความยาว 7 นาที 57 วินาที

ลิงก์ที่เกี่ยวข้อง

ทำไมประเทศไทย ต้องการนักวิทยาศาสตร์ (TCAS63)

ตัดเกรดแบบ OSU

การตัดเกรดแบบ OSU เป็นนโยบายทางการศึกษาของมหาวิทยาลัยมหิดล สำหรับรายวิชาศึกษาทั่วไป (Genral Education) และในวิชาเลือกเสรีบางวิชา

  • O มาจาก Outstanding
  • S มาจาก Satisfaction
  • U มาจาก Unsatisfaction

เพราะหนึ่งในงานที่อาจารย์ต้องทำคือการประเมินระดับผลการเรียนของนักศึกษา หรือเรียกง่าย ๆ ว่าการ “ตัดเกรด” ซึ่งที่ผ่านมาก็พบในหลากหลายรูปแบบทั้งที่เรียกว่าอิงเกณฑ์และอิงกลุ่ม พอเริ่มมีการใช้ระบบที่เรียกว่า Outcome-Based Education มาใช้ ก็จะพบว่ารูปแบบที่เหมาะสมคือการการใช้แบบอิงเกณฑ์ แต่ก็ยังพบอีกว่า ณ จุดไหนที่จะทำให้เกรดต่างกัน จนถึงกับทำให้บางที่ หรือในบางประเทศ จะไม่ใช้ระบบการให้เกรด แต่จะเขียนบรรยายความรู้หรือทักษะที่ถูกวัดได้จากนักเรียนนักศึกษากันไปเลยก็มี

นักศึกษาเองที่ต้องวางแผนบริหารจัดการเรื่องระดับผลการเรียนตนเอง ซึ่งอาจมีผลต่อการได้งานทำ เช่นการได้เกรดเฉลี่ยนตอนจบการศึกษาสูง อาจทำให้มีโอกาสได้งานทำกว่าคนที่จบการศึกษาด้วยเกรดเฉลี่ยต่ำ ๆ พฤติกรรมในการเลือกลงรายวิชาที่ให้เกรดง่าย ๆ เพื่อไปเพิ่มเกรดเฉลี่ย หรือในอีกกลุ่มนักศึกษา อาจหมายถึงการอยู่รอดในระบบการศึกษา เพื่อให้เกรดที่ได้ไปช่วยดึงเกรดเฉลี่ยขึ้น

เพื่อไม่ให้นักศึกษาเลือกเรียนวิชาที่ให้หรือได้เกรดง่าย ๆ เพื่อดึงเกรด มากกว่าเรียนเพื่ออยากได้ความรู้หรือทักษะ จึงมีแนวคิดกันว่าให้วิชาเหล่านั้นประเมินผลการเรียนเป็นแบบที่เรียกว่า OSU

ตัดเกรดแบบ OSU

ระดับผลการเรียนแบบ OSU มาจาก O ที่เป็นระดับผลการเรียนแบบ Outstanding หรือเหนือความคาดหมาย ในกรณีที่ในแต่ละรายวิชามีผลการเรียนรู้ที่คาดหวังของรายวิชาอยู่ (Course Learning Outcome: CLO) หากนักศึกษามีความรู้และทักษะเหนือกว่าระดับที่คาดหวัง ก็จะได้รับการประเมินระดับผลการเรียนเป็นระดับ O

ระดับผลการเรียน S มาจาก Satisfied ซึ่งหมายถึงนักเรียนนักศึกษามีความรู้หรือทักษะตามความคาดหวังของรายวิชาเมื่อเรียนจบวิชานั้น ๆ ในทางตรงกันข้าม หากนักศึกษาได้รับผลการประเมินเป็น U ที่มาจาก Unsatisfied มีความหมายว่านักเรียนนักศึกษายังไม่มีความรู้หรือทักษะตามที่ควรจะเป็นหลังจากเรียนรายวิชานั้น ๆ

เราอาจจะเห็นทั้งข้อดีและข้อเสียจากการประเมินผลการเรียนระดับรายวิชา ระหว่างการให้ผลการประเมินแบบเป็นเกรด A B C D หรือ F เปรียบเทียบกับการประเมินเป็น O S หรือ U ได้ในหลายรูปแบบ การเรียนที่นักเรียนนักศึกษาหวังเพื่อให้ผ่าน ได้ผลการเรียนเป็น S และไม่สนใจทุ่มเทเพื่อให้ไปถึงระดับ O ทำให้บรรยากาศการเรียนเสียไป แม้ว่าตัวอาจารย์เองก็อาจจะมีผล แต่ก็ยากที่จะกระตุ้นให้นักเรียนนักศึกษาทั้งหมด มุ่งไปที่ระดับ Outstanding กันทั้งหมดได้

ความท้าทายของการให้การศึกษาและประเมินผลการศึกษา เพื่อให้มั่นใจว่านักเรียนนักศึกษาทุกคนจะได้ความรู้และทักษะที่คาดหวังจากการเรียนในแต่ละวิชาก็คงจะยังมีอยู่ต่อไป

ปากกาประจำตำแหน่ง

หลังจากที่มารับตำแหน่งเป็นรองคณบดีฝ่ายการศึกษาและพัฒนาคุณภาพ ของคณะวิทยาศาสตร์ ม.มหิดล ต้นเดือนเมษายน 2561 ก็ตั้งใจว่าจะใช้ปากกาแบบเดียวกันในเซ็นเอกสาร แล้วดูซิว่าหากอยู่ไปจนครบวาระในปลายปี 2562 จะใช้ปากกาไปกี่ด้าม

ปากกาสำหรับเซ็นเอกสาร

โดยซื้อจากร้านนายอินทร์ หน้าคณะฯ ด้ามละ 15 บาท โดยในภาพเป็นด้ามที่ 4 แล้ว นับตั้งแต่มาทำงานตำแหน่งนี้ที่ห้องการศึกษาของคณะ ณ วันพฤหัสบดีที่ 4 กรกฎาคม 2562

อัพเดท (20 ธ.ค. 2562) ไปหาซื้อที่ร้านนายอินทร์หน้าคณะวิทย์ แต่ไม่มีเสียแล้ว

โปรโมชันศิษย์เก่า

มีคนส่งมาทางไลน์ น่าสนใจดีครับ

มหาวิทยาลัยสิงคโปร์ เปลี่ยนโมเดลแล้ว ! ต่อไปลูกค้าของมหาวิทยาลัย จะไม่ใช่แค่เด็กๆ ที่มาเข้าเรียน 4 ปี แต่จะเป็นลูกค้าไปตลอดชีวิต
.
การปรับตัวของมหาวิทยาลัยเริ่มแล้วครับ มหาวิทยาลัยแห่งชาติสิงคโปร์ (NUS) ซึ่งเป็น มหาวิทยาลัยอันดับหนึ่งของเอเชีย และอันดับต้นๆ ของโลก ได้ปรับเปลี่ยนบทบาทให้ตัวเองเป็น “มหาวิทยาลัยตลอดชีวิต” ที่จะดูแลประชากร ไม่เพียงแต่ในระดับปริญญาตรี 4 ปี และโท-เอก แต่จะขอคอยดูแล คอย อัพเกรดทักษะ ความรู้ ให้ประชากรทันสมัยตลอดเวลา … ทำให้ ลูกค้าของมหาวิทยาลัยจะขยายขนาดออกไปอีกมากโขเลยครับ
.
ทั้งนี้ มหาวิทยาลัยจะคอยออกหลักสูตรใหม่ๆ เพื่อให้ เด็กๆ ที่จบไประยะหนึ่ง สามารถจะกลับมา “อัพเกรด” หรือ “ยกเครื่อง” ความรู้และทักษะได้อีกเรื่อยๆ โดย มหาวิทยาลัย NUS ได้ออกโปรโมชั่น สำหรับศิษย์เก่า สามารถกลับเข้าไปเรียนเพิ่มทักษะได้ฟรี 2 โมดูล ภายใน 3 ปี ซึ่งก็จะทำให้ได้ลูกค้าใหม่ (ที่เป็นลูกค้าเก่า) กลับเข้าไปใช้บริการอยู่เรื่อยๆ
ซึ่งหากสะสมคอร์สให้เหมาะสม จนครบตามมาตรฐาน สามารถเปลี่ยนไปเป็นปริญญาได้ เช่น ปริญญาตรีใบใหม่ หรือ ปริญญาโทในสาขาต่างๆ อีกด้วย (ภายใต้มาตรฐานที่สูงของสิงคโปร์)

ขนาดสิงคโปร์มีมหาวิทยาลัยอันดับ 1 ของเอเชีย และเป็นมหาวิทยาลัยอันดับต้นๆ ของโลก แซงหน้าหลายๆ มหาวิทยาลัยที่ว่าดังๆ ในสหรัฐอเมริกา … เขายังบอกว่า “ต้องรีบปรับตัว” !!
.
ท่านรัฐมนตรีศึกษาธิการ สิงคโปร์ ออกมาบอกว่า ในยุคแห่งการปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งใหม่ หรือ ยุค Industry 4.0 การศึกษาแบบเดิม มหาวิทยาลัยแบบเดิม กำลังจะล้าสมัย จึงต้องรีบปรับตัวด่วน
โดยสิงคโปร์มีแผนการปฏิรูปมหาวิทยาลัย เน้นการสร้างผลกระทบต่อผู้เรียนมากกว่าเกรด ผลิตคนหลากหลายตามความต้องการของผู้เรียน และเป็นมหาวิทยาลัยสำหรับทุกช่วงวัยของชีวิต
.
(1) Experiential learning เปลี่ยนการเรียนรู้แบบทฤษฎีในห้องเรียน มาเป็นการฝึกฝนประสบการณ์ ผสมผสานการทำงานจริง แก้ปัญหาจริง เพราะความรู้มันหาได้ง่ายมาก มหาวิทยาลัยในอนาคตจะมีลักษณะ เรียนไป ทำงานไป เป็นผู้ประกอบการไป
.
(2) Promote digital literacy เด็กสิงคโปร์ต้องอยู่ในโลกยุคการค้าแห่งดิจิทัลได้ มีทักษะ Computational Thinking (น่าจะเป็นทักษะด้าน Data Science)
.
(3) Diversify higher education pathways เพิ่มความหลากหลายของอุดมศึกษา เด็กสามารถเลือกเส้นทางตามความสนใจ และจริตของตน มีสายอาชีพหลากหลาย แนะนำเส้นทางต่างๆ ตั้งแต่วัยเด็ก (ให้รู้ตัวเองว่าชอบและถนัดอะไร ให้เร็วที่สุด)
.
(4) Encourage lifelong learning ยุคต่อไปคนเราต้องเรียนรู้ตลอดชีวิต และมหาวิทยาลัยต้องคอยติดตาม คอยตอบสนอง ว่าคนที่จบไปแล้วอยากกลับมาเรียนอะไร
.
(5) Broadening the role of universities อันนี้ผมว่า มันคล้ายๆ หลายๆ ธุรกิจที่ปรับตัวนะ เช่น ธนาคาร หันมาทำเรื่องอื่นๆ นอกจากรับฝากกู้เงิน ปตท. หันมากาแฟ .. มหาวิทยาลัย ก็ทำแค่สอน-วิจัย ไม่ได้แล้ว ต้องเพิ่มเติมบทบาทตัวเองให้มากขึ้น ไม่งั้นก็อยู่ไม่รอด
อย่างเช่นตอนนี้ มหาวิทยาลัย NUS ของสิงคโปร์ มีโปรโมชั่น สำหรับศิษย์เก่า สามารถกลับเข้าไปเรียนเพิ่มทักษะได้ฟรี 2 โมดูล ภายใน 3 ปี ซึ่งก็จะทำให้ได้ลูกค้าใหม่ (ที่เป็นลูกค้าเก่า) กลับเข้าไปใช้บริการ

แปลงคลิปให้เป็นไฟล์

ClipConverter.cc

มีหลายวิธีที่จะแปลงคลิปเช่นที่อยู่บน Youtube.com ให้เป็นไฟล์สำหรับเอาไปดูหรือใช้งานในภายหลัง และบริการจาก ClipConverter.cc เป็นหนึ่งในเว็บไซต์ที่ผมมักจะเรียกใช้งานเพื่อการนั้น

MU X การเรียนรู้ตามอัธยาศัย

ยุคของการเรียนในห้องเรียนตามหลักสูตรต่าง ๆ ของมหาวิทยาลัย กำลังจะเปลี่ยนไปสู่การเรียนรู้ที่เกิดขึ้นตามความต้องการของผู้เรียน หรือที่เรียกว่าตามอัธยาศัย อยากเรียนเรื่องอะไรก็เลือกเรียนเรื่องนั้น ที่มหาวิทยาลัยมหิดล ที่ผมทำงานอยู่ ก็ได้จัดทำระบบพื้นฐานเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลง และมีชื่อเรียกว่า Mahidol University Extension

muxweb_20171005

MUx

MUx_20171005_540px

ลิงก์ที่เกี่ยวข้อง

Admission 61 ในตำนาน

นักเรียนชั้น ม.6 ที่จะสมัครเข้าเรียนในระดับอุดมศึกษา ในปีการศึกษา 2561 มีเรื่องที่ต้องศึกษาและเตรียมตัวกันหลายเรื่อง ในฐานะที่เป็นอาจารย์มหาวิทยาลัยคนหนึ่ง ก็ควรรู้ว่านักศึกษาที่เข้ามาศึกษาในมหาวิทยาลัยได้นั้นต้องผ่านอะไรมาบ้าง

ผมได้เข้าเรียนที่คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ด้วยทุนโครงการพัฒนาและส่งเสริมผู้มีความสามารถพิเศษทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (ทุน พสวท.) โดยมาสอบตรงผ่านโครงการฯ เข้าคณะวิทยาศาสตร์ ชั้นปีที่ 1 เลย

ในปีนี้การคัดเลือกนักเรียนเข้าเรียนในมหาวิทยาลัยคงได้กลายเป็นตำนานจากการมีกรณีให้สมัครได้ด้วย Portfolio (แฟ้มสะสมผลงาน) ซึ่งเดิมทีน่าจะใช้นักวาดภาพ หรือผู้ผลิตผลงานศิลปะ เพราะมีการแปลไว้ว่าเป็นแฟ้มภาพผลงานด้วย การคัดเลือกด้วย portfolio นี้ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล แจ้งจำนวนไปว่าจะรับ 35 คน ยังคาดเดาไม่ได้ว่าจะมีนักเรียนยื่น portfolio มาให้พิจารณากี่แฟ้ม ซึ่งกรรมการพิจารณาคัดเลือกคงต้องประกอบด้วยบุคลากรหลายภาคส่วนในคณะวิทยาศาสตร์เอง

น่าเป็นห่วงบางคณะที่อาจเป็นที่นิยมมาก ๆ เพราะอาจได้รับ portfolio กันอย่างล้นหลาม แต่ไม่แน่ใจว่าในส่วนของนักเรียนเองนั้นส่ง portfolio ได้เล่มเดียวหรือเหวี่ยงแห ส่งไปเป็น 10 ที่ได้ คงต้องหาทางตรวจสอบประเด็นนี้ก่อน

นอกจากนี้ยังมีการรับที่นับเป็นรอบ ๆ รวมแล้วทั้งหมด 5 รอบ ได้แก่

  1. สมัครเข้ามหาวิทยาลัยด้วย Portfolio
  2. สมัครผ่านระบบโควต้าของมหาวิทยาลัยต่าง ๆ
  3. สมัครผ่านระบบรับตรงร่วมกัน
  4. สมัครผ่านระบบแอดมิดชันกลาง
  5. สมัครผ่านระบบรับตรงอิสระ

ช่วงเวลาของการสอบและการสมัครจากเว็บไซต์ TCAS61 ของ ทปอ. เป็นดังนี้

TCAS61

TCAS61

TCAS61

Thai University Central Admission System (TCAS)

ลิงก์ที่เกี่ยวข้อง

มหิดลสาร เล่มที่ 5

Mahidol_University_Newsletter_20170531
เห็นหน้าปก “มหิดลสาร” เล่มนี้แล้วคงไม่ต้องอธิบายมาก

ในเล่มนี้มีบทความเกี่ยวกับอาจารย์เอเซียที่มีหัวข้อว่า “เพื่อสังคมที่กำลังเปลี่ยนไป ยิ่งต้องเรียนรู้เพื่อการเปลี่ยนแปลง”

Asia_1_20170531

Asia_2_20170531

ลิงก์ที่เกี่ยวข้อง