บลอกอาจารย์โจ้

ในการตัดเกรดแบบอิงกลุ่มที่จะใช้กราฟในการตัดเกรด ควรเตรียมกราฟที่แสดงแต่ละคะแนนพร้อมความถี่

คะแนนดิบ สมมติว่ามีคะแนนที่พร้อมจะนำมาตัดเกรดอยู่ใน Excel ดังภาพที่ 1

Excel_1

ภาพที่ 1 ข้อมูลดิบ

ขั้นตอนต่อมาคือการหาค่าสถิติของกลุ่มนี้ ที่จะประกอบด้วยจำนวนคน คะแนนสูงสุด ต่ำสุด ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน มัธยฐาน ฐานนิยม ฯลฯ ด้วยฟังก์ชันที่ Excel มีให้ใช้

Excel_2

ภาพที่ 2 สถิติพื้นฐาน

สูตรที่ใช้คือ

  • =COUNT(C4:C367)
  • =MIN(C4:C367)
  • =MAX(C4:C367)
  • =AVERAGE(C4:C367)
  • =STDEV(C4:C367)
  • =MEDIAN(C4:C367)
  • =MODE(C4:C367)

ขั้นต่อไปคือการสร้าง histogram หรือแท่งแสดงความถี่ตามคะแนน เลือก Data Analysis จากเมนู Data

  • Data -> Data Analysis -> Histogram
Excel_3

ภาพที่ 3 เลือก Histogram

ใช้ค่าต่ำสุดและสูงสุด สร้างลำดับคะแนนเพื่อใช้เป็นช่วงคะแนน (Bin Range) เลือก Input Range เป็นคะแนนที่ต้องการตัดเกรด เลือกตำแหน่งเพื่อให้ผลการสร้าง histogram ปรากฎขึ้น เลือกช่องให้สร้างแผนภาพด้วย

Excel_4

ภาพที่ 4 สร้าง histogram

เราต้องการย้ายกราฟไปยังหน้าใหม่ เพื่อให้เห็นกราฟใหญ่ขึ้น

Excel_5

ภาพที่ 5 ย้ายกราฟ

เลือกเมนู Design แล้วเลือก Move Chart จะมีหน้าต่างให้เลือกว่าจะให้กราฟไปปรากฎอย่างไร ในที่นี้ต้องการให้เห็นกราฟใหญ่ๆ ก็ต้องเลือกให้ปรากฎเป็นกราฟอย่างเดียวทั้งหน้า

Excel_6

ภาพที่ 6 แสดงความถี่ของแต่ละแท่ง

สิ่งอำนวยความสะดวกสูงสุดเพื่อการตัดเกรด คือการแสดงจำนวนความถี่ของแต่ละคะแนน (ดังภาพที่ 6 ทำได้โดยเลือกเมนู Layout แล้วเลือกแท็บที่เป็น Data Label แล้วเลือก Outside End ดังภาพ จะทำให้ปรากฎเลขความถี่ของแต่ละแท่งขึ้นมา ส่วนตารางด้านล่าง (ถ้าต้องการ) ให้เลือกแท็บ Data Table ที่อยู่ติดกัน แล้วเลือกให้แสดงตารางข้อมูลก็ได้ ในภาพที่ 6 แสดงทั้งตัวเลขความถี่ของแต่ละแท่งและตาราง

Excel_7

ภาพที่ 7 ย้ายมาทำต่อบน PowerPoint

หากต้องการแค่กราฟไปตัดเกรด ขั้นตอนในภาพที่ 6 ก็เพียงพอแล้ว แต่หากต้องการทำอะไรต่่อจากนั้น อาจจะเริ่มยากบน Excel ผมมักจะ copy ทั้งกราฟจาก Excel มาแปะบนสไลด์ของ PowerPoint ดังภาพที่ 7

ใช้เครื่องมือเช่นเส้น และรูปเรขาคณิต มาช่วยในการแสดงผลการตัดเกรดเป็นช่วงๆ เริ่มจากการให้ A ประมาณ 10% ของผู้เรียนที่ได้คะแนนสูงสุด ในที่นี้มีผู้สอบ 364 คน แต่ที่คะแนนสุดท้ายของคนที่ 36 หรือ 37 ยังเท่ากันอยู่ ทำให้มีคนได้เกรดสูงสุด (A) รวมทั้งหมด 39 คน ที่คะแนน 84 คะแนนขึ้นไป (สามเหลี่ยมสีแดงในภาพที่ 7)

หากกำหนดให้แต่ละช่วงเกรดห่างกัน 0.5SD หรือครึ่งหนึ่งของส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (SD) ในที่คือ 3 คะแนน ทำให้สามารถใช้สามเหลี่ยมสีน้ำเงินในภาพที่ 7 ระบุช่วงคะแนน และพิมพ์เกรดกำกับไว้ด้วยได้

Excel_8

ภาพที่ 8 ตัด A ที่ 84+

ในกรณีนี้จะเห็นได้ว่ามีผู้เข้าสอบได้เกรดเป็น F อยู่ 21 คน แต่ด้วยการใช้ PowerPoint ทำให้เราสามารถจัดกลุ่มสามเหลี่ยมสีน้ำเงิน แดง ตัวอักษรเกรดเข้าด้วยกัน และเลื่อนพร้อมกันทั้งหมดได้

Excel_9

ภาพที่ 9 ตัด A ที่ 83

ในภาพที่ 9 เลื่อนเกณฑ์การตัดเกรดลงไปทั้งหมด 1 คะแนน จะเห็นได้ว่า ผู้ที่ได้ A จะเพิ่มเป็น 51 คน (เกินกว่าที่แจ้งไว้ก่อนเรียนที่ 10% แล้ว) แต่ทำให้มีผู้ได้ F ลดลงเหลือ 16 คน (ต่ำกว่า 65 คะแนน)

Excel_10

ภาพที่ 10 เพิ่มระยะห่างระหว่างเกรด

อีกวิธีหนึ่งคือการเพิ่มระยะห่างระหว่างเกรด จากเดิมที่เป็น 0.5 SD หรือ 3 คะแนน ก็เปลี่ยนช่วงละ 4 คะแนน ดังภาพที่ 10 โดยจำนวนผู้ได้ A จะเป็น 10% เหมือนเดิม ส่วนใหญ่มีเกรดสูงขึ้น และจำนวนผู้ได้เกรด F ลดลงเหลือเพียง 5 คน ที่คะแนนต่ำกว่า 60

การตัดเกรดแบบผสมผสานระหว่างอิงกลุ่มและอิงเกณฑ์ (ต้องระบุให้ชัดเจนในการปฐมนิเทศ)

  • ให้ A 10% จากจำนวนผู้สอบทั้งหมด
  • เกรดแต่ะช่วงห่างกัน 0.5SD
  • ผู้ที่ได้ไม่ถึง 50% จะได้ F
    • ในกรณีที่คะแนนเกิน 50% แต่ไม่ถึงคะแนนต่ำสุดที่จะได้ D+ ก็จะพิจารณาให้เกรด D ไป

การตัดเกรดสายตารางข้อมูล (ไม่ใช้กราฟ)

Excel_11

ภาพที่ 11 ตัดเกรดด้วยตารางข้อมูล

จริง ๆ แล้วไม่ต้องทำกราฟก็ตัดเกรดได้ โดยเมื่อนำคะแนนมาเรียงกันจากมากไปน้อย แล้วหาว่า 10% แรกของชั้นเรียนมีกี่คน คนสุดท้ายได้กี่คะแนน ในตัวอย่างนี้เราทราบว่า 10% แรกของชั้นมีคะแนนที่ 84 คะแนน แต่จำนวนคนเกิน 10% ไปเล็กน้อย (39 คน จาก 364 คน)

ในภาพที่ 11 จะเห็นได้ว่าผู้ที่ได้ A คือผู้ที่มีคะแนนในช่วง 84-100 ประมาณ 10% ใช้คะแนนต่อไป (83) เป็นคะแนนสูงสุดของผู้ที่จะได้ B+

Excel_12

ภาพที่ 12 คำนวณช่วงคะแนน

ในคอลัมภ์ของคะแนนต่ำสุด ให้ใช้สูตรช่วยคำนวณ โดยเอาคะแนนก่อนหน้าลบออกสาม 84-3 =81 เมื่อ 3 เป็นช่วงคะแนนระหว่างเกรดเช่นจาก A ไป B+ ซึ่งต้องเท่ากันในทุกช่วง

คำนวณแบบเดียวกันกับคะแนนสูงสุดของแต่ละเกรด ในเกรด F ให้ใช้คะแนนต่ำสุดเป็น 0 สำหรับ A มีคะแนนสูงสุดเป็นคะแนนเต็ม หรือ 100% นั่นเอง

Excel_13

ภาพที่ 13 ผลการตัดเกรดแบบอิงกลุ่ม

การตัดเกรดแบบอิงเกณฑ์

 

Excel_16

ภาพที่ 14 ผลการตัดเกรดแบบอิงเกณฑ์

หากเปรียบเทียบการตัดเกรดแบบอิงกลุ่ม (ภาพที่ 13) ที่ใช้ค่าสถิติจากผลสอบมาใช้ในการตัดเกรด กับการตัดเกรดแบบอิงเกณฑ์ ที่กำหนดเกณฑ์ไว้ก่อนที่จะมีการเรียนการสอนและการสอบ (ภาพที่ 14) จะเห็นได้ว่าผู้สอบได้เกรดดีกว่าในแบบอิงเกณฑ์

เมื่อพิจารณาค่าเฉลี่ย (mean 76.1 คะแนน) จะพบว่าแบบอิงกลุ่ม (ภาพที่ 13) ผู้ที่ได้คะแนนประมาณค่าเฉลี่ยได้เกรด C+ ในขณะที่การตัดเกรดแบบอิงเกณฑ์ (ภาพที่ 14) ผู้ที่ได้คะแนนประมาณค่าเฉลี่ยได้เกรด B+ เลยทีเดียว

ลิงก์ที่เกี่ยวข้อง

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: