บลอกอาจารย์โจ้

หลังจากที่เปิดเครื่องคอมพิวเตอร์ในวันนี้แล้วพบว่ามี web browser แปลก ๆ ที่มีโลโก้เหมือน Google Chrome ปรากฎอยู่บน Task Bar ที่เมื่อนำเมาส์ไปวางไว้ก็มีข้อมูลปรากฎขึ้นมาว่ามันชื่อ Chromium ซึ่งจำไม่ได้ว่าได้โปรแกรมนี้มาได้อย่างไร แต่เมื่อลองค้นข้อมูลจากอินเตอร์เน็ต ก็เห็นได้ว่ามีหลายคนที่อยู่ในสถานการณ์เดียวกัน และส่วนมากก็ถามหาข้อมูลว่าจะเอาโปรแกรมนี้ออกจากเครื่องอย่างไร ซึ่งนั่นก็จะเป็นสิ่งที่ผมจะทำเหมือนกัน

หากเปิด Windows Settings ด้วยปุ่มหรือไอคอนรูปฟันเฟืองของวินโดวส์ แล้วเลือก Apps เพื่อที่จะหา Chromium จากรายการซอฟท์แวร์ที่อยู่บนเครื่องแล้วก็กด Uninstall

ยืนยันอีกทีว่าจะ uninstall มันนี่แหล่ะ

แล้วบนเครื่องผม (Dell Optiplex) ก็นิ่งไปจนนึกว่าจะไม่สามารถเอาโปรแกรมนี้ออกจากเครื่องได้ ก็จะขึ้นหน้าต่างใหม่ขึ้นมา

รอบแรกที่พยายามจะเอาโปรแกรมโครเมี่ยมออก ก็กด Yes เร็วไปหน่อย ปรากฎว่ามันคือการยกเลือกการเอาโปรแกรมออก เผื่อให้เราไปเก็บหรือสำรองข้อมูลให้เรียบร้อยก่อน จึงต้องเริ่มกระบวนการนำโปรแกรมนี้ออกอีกครั้งหนึ่ง

หลังจากที่น่าจะเอา Chromium ออกสำเร็จ ก็มีวินโดวส์ของ Internet Explorer เปิดขึ้นมาดังภาพ แต่ไม่ในใจก็หาทางปิดไป

บนเครื่องก็มีเว็บบราวเซอร์อยู่หลายโปรแกรมเหมือนกัน แต่ถ้าโครเมี่ยมมาแบบไม่รู้ที่มาที่ไป ก็ต้องขอเอาออกไปก่อน

หม้อทอดไร้น้ำมัน

กระแสของหม้อทอดไร้น้ำมัน (Air Fryer) มาแรงมากในช่วงที่ผู้คนต้องเก็บตัวอยู่บ้านในช่วงการระบาดของโรค COVID-19 จากนโยบายทำงานที่บ้าน (Work form Home)

ผลการค้นหาภาพของ “หม้อทอดไร้น้ำมัน” จาก Google

ที่บ้านผมก็มีสิ่งที่ใกล้เคียงอยู่ซึ่งชาวบ้านก็จะเรียกมันว่า “หม้ออบลมร้อน” (Hot Air Oven) หากค้นหากูเกิ้ลด้วยคำว่าหม้ออบลมร้อนจะได้ภาพประมาณนี้ออกมา

ผลการค้นหาภาพของ “หม้ออบลมร้อน” จากกูเกิ้ล

หากมีอะไรอยู่ก็ควรจะเอามาใช้ถ้ามันยังใช้ได้อยู่ ไม่ต้องถึงกับต้องซื้อใหม่ตามกระแส และหากจะว่ากันตามความจริง หม้ออบลมร้อนแบบที่บ้านผมมีก็อยู่ในกล่องมาเป็นเวลานาน นานจนไม่แน่ใจว่าแม่ซื้อมาจากการไปเดินห้างเมื่อไหร่ และราคาเท่าไหร่ก็ไม่รู้ (ที่จริง ๆ แล้วมาพร้อมกับเตาไฟฟ้า ที่แม้แต่โควิดก็ยังไม่สามารถทำให้มันต้องเอาออกมาใช้ไม่ได้ เชื่อว่าต้องเกิดวิกฤตแบบที่หาแก๊สหุงต้มไม่ได้ เตาไฟฟ้าที่บ้านถึงจะได้ออกมาทำงานบ้าง)

หม้อทอดไร้น้ำมัน อาวันติ (CAF-899)

ภาพจากหน้าปกคู่มือที่ทุกคนควรอ่านก่อนใช้งานอุปกรณ์ต่าง ๆ เขียนบนหน้าปกว่า “AVANTI หม้อทอดไร้น้ำมัน อาวันติ คอนเวนชันแนล แอร์ฟรายเออร์” โดยตัวย่อรุ่น CAF-899 มาจาก Conventional Air Fryer นั่นเอง

1 พ.ค. 2563

วันแรงงานแห่งชาติ วันศุกร์ที่ 1 พฤษภาคม 2563 เป็นวันที่หม้ออาวันติถูกแกะกล่องออกมาดูโลกเป็นครั้งแรก ซึ่งเห็นได้ว่ามันไม่ใช่หม้อทอดไร้น้ำมันแบบที่ขายกันอยู่ในสมัยนี้ แต่มันก็ไม่ใช่หม้ออบลมร้อนธรรมดาเหมือนกัน

หม้อ CAF-899 ในสถานที่จริง

Avanti CAF-899 (Official Website)

เว็บไซต์ https://www.ehome-smart.com/our-products/caf-899-avanti-conventional-air-dryer.html

Screenshot from Avanti CAF-899 Website

เมนูอาหารจากหม้อ Avanti CAF-899

ตั้งแต่เอาหม้อนี้ออกมาใช้ ทางบ้านก็หาเรื่องทำอะไรกินด้วยหม้อนี้มาตลอด เหมือนเป็นการชดเชยที่ซื้อมาแล้ว แต่ไม่ได้เอาออกมาใช้เลยเป็นเวลาหลายปี จนกระทั่งโควิด-19 มาเยือน

ปลานิลอบ

ปลานิล “อบ” (ปุ่มโปรแกรม Roast) ไฟ 200 นาน 30 นาที เป็นเมนูแรกที่ใช้หม้อนี้ทำขึ้นมา คิดว่ายังไงก็น่าจะกินได้ เพราะปลาน่าจะสุกง่าย และคิดว่าน่าจะรสชาติแบบปลาเผา

ปลานิลอบหลังจากลอกหนังออกไปแล้ว

หมูทอดกระเทียมพริกไทย

เมนูถัดมาในวันรุ่งขึ้น (2 พ.ค. 2563) คือหมูทอดกระเทียมพริกไทย โดยใช้กระทะที่มากับหม้อ ด้วยไฟ 210 นาน 15 นาที

หมูทอดกระเทียมพริกไทย

ด้านบนเกรียมแต่ด้านล่างที่ติดกระทะที่สุกแต่ไม่เกรียม ก็เลยไม่เหมือนทอดจริง ๆ เท่าไหร่ เข้าใจว่าเป็นเพราะหมูติดกันมากไป ลมร้อนเลยไปไม่ถึงด้านล่างของหมู และไฟที่ไม่ร้อนพอ เลยไม่ได้ทำให้กระทะร้อนไปด้วย จึงไม่เหมือนการทอด ที่ไฟน่าจะตั้งที่ 230 ไปเลย

ปีกไก่ทอดเกลือ

เมนูไก่ทอดไร้น้ำมันเป็นเป้าหมายของวันที่ 3 พ.ค. 2563 โดยเริ่มจากปีกไก่ แล้วตามด้วยสะโพกไก่

ปีกไก่ทอดไร้(การใช้)น้ำมัน

แม้ว่าสีของภาพจะจาง ๆ แต่ปีกไก่ของจริงเหลืองกรอบน่ากิน และเนื่องจากเป็นเพียงปีกไก่คลุกเกลือเฉย ๆ สีสันเลยไม่โดดเด่นเท่าไหร่ ใช้ไฟ 200 นาน 15 นาที

สะโพกไก่ทอดกระเทียมพริกไทย

หม้อต่อไปหลังจากทำปีกไก่ทอดเกลือ ก็ถืงเวลาทำสะโพกไก่ทอดกระเทียมพริกไทยแบบไร้น้ำมันบ้าง ไฟ 200 นาน 20 นาที

สะโพกไก่ทอดกระเทียมพริกไทย

คราวนี้เกรียมสวย มีสีสันขึ้นมาเมื่อเทียบกับปีกไก่ทอดเกลือก่อนหน้านี้

แหนมหมูสามชั้นทอด

เมนูถัดมาเป็นแหนมหมูสามชั้นทำเองที่บ้าน เริ่มปรุงและทิ้งไว้ให้เป็นแหนมตั้งแต่วันที่ 3 พ.ค. 2563 แล้วนำมาทอดกินในหม้อฯ ในวันที่ 4 และ 5 พ.ค. 2563

แหนมหมูสามชั้นในถุงพลาสติก

โดยแม่ผมเอง จำนวน 4 ถุง แบ่งเป็น 2 ถุงที่เก็บเข้าตู้เย็นก่อนเพื่อไม่ให้เปรี้ยวนัก กับที่ทิ้งไว้ในตู้กับข้าวนาน 2 วันเพื่อให้เปรียวกำลังดี ถ้านานกว่านี้ก็จะเปรี้ยวเกินกว่าระดับที่บ้านชอบกินกัน

แหนมหมูสามชั้นทอด

ที่ไฟ 180 นาน 20 นาที ได้แหนมหมูสามชั้นทอดกรอบนอกนุ่มใน เปรี้ยว ๆ แบบแหนม ๆ กินกับข้าวสวยร้อน ๆ

แหนมหมูสามชั้นทอด

แม้ไม่ต้องใส่น้ำมัน แต่ก็ได้น้ำมันมาทอดตัวเอง เพราะมันเป็นหมูสามชั้น ไม่เช่นนั้นต้องใช้ตะแกรงอเนกประสงค์ทำเป็นหมูย่างหรืออบแทน เมนูถัดมาไม่ได้ใช้หม้อทอดแต่เอามาเสริมเพราะยังเกี่ยวกับแหนมหมูสามชั้นที่กลายเป็นไข่เจียมแหนมหมูสามชั้น อาหารเช้าของวันที่ 6 พ.ค. 2563

(ไม่เกี่ยวกับหม้อทอดฯ) เมนูข้าวไข่เจียวแหนมหมูสามชั้น

ยังเหลือแหนมหมูสามชั้นอีกในตู้เย็น อาจเอามาย่างดูแทนการทอดบ้าง

ปีกไก่ย่าง

ปีกไก่อีกครึ่งหนึงจากวันก่อน ถูกนำมาหมักกระเทียมพริกไทย (และรากผักชี) ก่อนที่จะได้ลองอุปกรณ์เสริมสำหรับการทำ BBQ ที่ต้องเอาไก่ไปเสียบที่ย่าง และเอาไปใส่ในแกนเพื่อให้กลายเป็นไก่หมุน เนื่องจากที่บ้านคงไม่คิดกินไก่ย่างเป็นตัว ๆ ทำให้คงไม่ต้องได้ลองใช้ที่เสียบไก่เป็นตัว ๆ ซึ่งเป็นอุปกรณ์เสริมที่มาพร้อมกับหม้อใบนี้

อุปกรณ์เสริม Avanti CAF-899

โดยที่กว่าจะเข้าใจว่าต้องทำอย่างไรกับอุปกรณ์ไม้เสียบไก่กับอุปกรณ์ที่จะทำให้มันหมุน ๆ ไปในตอนย่าง ก็ต้องถอดรหัสจากคู่มือ (ซึ่งไม่ประสบความสำเร็จ) และลงเอยด้วยการทดลองเองแบบเดา ๆ เอา จนประสบความสำเร็จ

ปีกไก่กระเทียมพริกไทยหมุนย่าง

ใช้ไฟ 200 นาน 30 นาที ได้ปีกไก่ย่างเหลือง-น้ำตาลกรอบนอกนุ่มใน จำไม่ได้ว่าปล่อยให้หมดเวลาหรือหยุดย่างก่อน เพราะการใช้อุปกรณ์ใหม่ในการย่างครั้งแรก เลยเดินไปดูบ่อย ๆ กลัวไก่ไหม้ เพราะมันต้องหมุนมาใกล้กับแหล่งกำเนิดความร้อน (หลอดฮาโลเจน)

หมูกรอบ

เมนูคู่บุญคู่กรรมกับหม้อทอดไร้น้ำมันคือหมูกรอบ หลายคนที่ทำรีวิวบนยูทูป ต้องทำหมูกรอบโชว์ และเคี้ยวโชว์ความกรอบ ดังนั้นเมนูวันที่ 7 พ.ค. 2563 ต้องเป็นหมูกรอบ

หมูสามชั้นต้ม

งานนี้แม่ผมไปดูสูตรทำหมูกรอบจากยูทูปหลายช่องมาเปรียบเทียบกัน และเริ่มจากการเอาหมูสามชั้นไปทาเกลือแล้วต้ม

หมูกรอบ

ด้วยไฟ 200 นาน 30 นาที ได้หมูกรอบดังภาพ แต่การหั่นและการเคี้ยวทำให้รู้ว่ามันยังไม่กรอบถึงขีดสุด หนังหมูยังมีความเหนียวปนกรอบ โดยแม้ว่าจะใช้ส้อมจิ้มจนพรุนแล้ว แต่แม่เชื่อว่าสิ่งที่ไม่ได้ทำคือการใช้น้ำส้มสายชูทาหนังหมูด้วย และการใช้ไฟอาจจะต้องปรับไปใช้โปรแกรมทอดที่ไฟ 230 นาน 25 นาทีแทน แต่หมูกรอบหม้อนี้ถูกนำมากินกับข้าวเล่น ๆ ได้เลย อีกครึ่งนึงถูกนำไปผัดกับผักอีกหนึ่งเมนู

ผัดผักหมูกรอบ

กระดูกแก้วทอดกระเทียมพริกไทย

รายการอาหารสำหรับวันที่ 7 และ 8 พ.ค. 2563 ไม่ได้จบที่หมูกรอบ แต่มีกระดูกแก้วด้วย ที่ตอนแรกแม่จะเอามาทำเป็นแหนมด้วย แต่ผมขอไว้ เพราะไม่ได้ชอบแหนมขนาดนั้น เลยถูกนำไปหมักกระเทียมพริกไทยรากผักชีทิ้งไว้ก่อนนำมาทดลองทำเป็นอาหารด้วยหม้อทอดไร้น้ำมัน

กระดูกแก้วกระเทียมพริกไทย

ใช้อุปกรณ์ที่แตกต่างกัน ภาพซ้าย ใช้กระทะทอด ในขณที่ภาพขวา ใช้ตะแรกย่างอเนิกประสงค์ (อเนกประสงค์ตรงที่ใช้วางกระทะได้ด้วย) ที่ไฟ 210 นาน 15 นาที (โปรแกรมปุ่มรูปพิซซ้า)

กระดูกแก้วกระเทียมพริกไทยย่าง

พบว่าด้านล่างของหมูที่ติดกับกระทะไม่เกรียมเท่ากับด้านบนที่โดนลมร้อนเต็ม ๆ การใช้ตะแกรงย่างทำให้ทั้งสองด้านของหมูเกรียมเท่า ๆ กันได้มากกว่า

มันฝรั่งทอด

อาหารในตำนานของหม้อทอดไร้น้ำมันอีกอย่างหนึ่งก็คือมันฝรั่งทอดหรือเฟรนช์ฟรายนั่นเอง ซึ่งอาหารรายการนี้ไม่ใช่ของกินประจำของที่บ้าน เลยต้องไปหาซื้อมาจากร้าน CP Freshmart ที่หมู่บ้านฝั่งตรงข้าม

มันฝรั่งทอด

เริ่มจากมั่นฝรั่งแช่แข็งเย็น ๆ จากร้านฯ นำมาใส่ตะแกรงทอดดังภาพ ซึ่งจะหมุนไปด้วยตอนทอดในหม้อฯ ที่ไฟ 230 นาน 20 นาที พบว่าได้มันฝรั่งกรอบนอกนุ่มใน เอาออกมาโรยเกลือ (แต่ที่บ้านมีแต่เกลือเม็ดใหญ่ ๆ คิดว่าเหมาะกับเกลือเม็ดละเอียดมากกว่า) หากทำรอบต่อไป (เพราะยังเหลือมันฝรั่งอีกเยอะ) อยากได้กรอบกว่านี้ คิดว่าอาจจะเพิ่มเวลาอีกนิด

French fries

ผลการทดลองเพิ่มเวลาอีก 2 นาที (เป็นไฟ 230 นาน 22 นาที) ยังไม่สามารถทำให้กรอบขึ้นได้อย่างที่ต้องการ ดังนั้นในเรื่องความกรอบคงมีข้อจำกัดในระดับนี้ด้วยวิธีทำดังที่ได้อธิบายมา ซึ่งผมเชื่อว่าหม้อทอดไร้น้ำมันที่ขายอยู่ในปัจจุบันน่าจะทำให้กรอบได้ดีกว่า (เห็นบางคนพรมหรือสเปรย์น้ำมันลงบนอาหารด้วยก่อนจะใช้หม้อทอดไร้น้ำมันทำอาหาร ซึ่งดูเหมือนจะขัดแยังกันในหลักการเรื่องไร้น้ำมัน)

ขนมปังหน้าหมู

วันที่ 9 พ.ค. 2563 มีขนมปังหน้าหมูเป็นเมนูต่อไปในการทดลองใช้หม้อทอดไร้น้ำมันของที่บ้านทำของกินเล่นยอดนิยม ที่อาจไม่กล้าทำกินเพราะไม่อยากทอดในน้ำมัน แต่มีคำแนะนำว่ายิ่งขนมปังแห้งเท่าไหร่ เช่นเอาไปตากแดดให้แห้งมาก ๆ มันจะอมน้ำมันน้อยลงเวลาทอด ซึ่งผมก็ไม่เคยลอง

ทาหมูสับปรุงรสแล้วบนขนมปังที่เอาออกจากถุงมาตัดเป็นแผ่น ๆ แล้ววางบนตะแกรงในหม้อให้ห่างไฟที่สุด เพราะกล้วไฟจะแรงจนทำขนมปังไหมเสียก่อน แล้วทดลองใช้โปรแกรมรูปพิซซ่า ที่ไฟ 210 นาน 15 นาที พบว่าหมูสุกมีเกรียมนิด ๆ แต่ขนมปังกรอบเกินไป

รับประทานกับอาจาดที่เตรียมจากน้ำส้มสายชู น้ำตาล พริก หอมแดง ได้แบบขนมปังกรอบหน้าหมู (ไม่ใช่ขนมปังหน้าหมูธรรมดา)

ลองทำใหม่ด้วยไฟ 200 นาน 6 นาที ได้หมูสุกนิ่ม ๆ ขนมปังกรอบกำลังดี ราดด้วยอาจาดไปเลย ทำให้ขนมปังดูดน้ำอาจาดเข้าไปจนชุ่ม กลายเป็นขนมปังอมน้ำอาจาดแทนอมน้ำมัน ถ้าไม่ชอบแบบนี้ก็จิ้มเอา หรือใช้ช้อนตักมาใส่ขนมปังหน้าหมูทีละคำดีกว่า

ปลานิลย่าง

ปลานิลที่ถูกหั่นเป็นชิ้น ๆ ถูกย่างในหม้อทอดไร้น้ำมันของที่บ้านด้วยไฟ 210 นาน 15 นาที (โปรแกรมพิซซ่าเจ้าเก่า) ได้ปลาที่ย่างแค่สุก แต่ยังไม่เกรียม หลังยังไม่กรอบ

เนื้อย่าง

วันที่ 12 พ.ค. 2563 ได้ทำเนื้อย่างด้วยหม้อทอดไร้น้ำมันของที่บ้านเสียที เพราะเป็นเนื่อที่ไม่มีคนอื่นที่บ้านกินด้วย

ได้ลองใช้อุปกรณ์คู่บารมีของหม้อที่ยังไม่เคยใช้มาก่อนดังภาพ ซึ่งมีลักษณะเป็นตะแกรงย่างและมีแกนต่อกับเครื่อง ทำให้มันหมุนได้ เหมือนตอนทำไก่ย่างก่อนหน้านี้ แต่ตอนเริ่มต้นการหมุน พบว่ามีการหลุด จนต้องเปิดเครื่องเพื่อจับให้เข้าที่ใหม่

ด้วยไฟ 230 นาน 15 นาที ได้เนื้อที่เหลืองกำลังดี แต่เท่าที่มองจากภายนอก น่าจะสุกเกินไปนิด

เนื้อด้านในเป็นสีชมพู ๆ ซึ่งถือว่าไม่เลวทีเดียวสำหรับการใช้หม้อทอดไร้น้ำมันของที่บ้านในการทำเนื้อย่างกิน

เปลี่ยนวิธีทำเนื้อย่างด้วยการหั่นเนื้อที่หมักไว้เป็นรูปลูกเต๋าแล้วใน่ตะแกรงเดิมย่าง แต่เนื่องจากเนื้อถูกหั่นแล้วเลยลดเวลาลง เป็นไฟ 230 นาน 10 นาที

แม้จะลดเวลา แต่ยังได้เนื้อสุกกว่ารอบที่แล้วนิดนึง แต่เนื่องจากหั่นเอาไว้แล้ว เวลานำมารับประทานจึงง่ายกว่า ประกอบกับต้นหอมซอยและเหยาะซีอิ้วขาวทำให้ได้ข้าวหน้าเนื้อแสนอร่อยมาเป็นอาหารเย็นประจำวันนี้ (ภาพที่เห็นใส่ฟิลเตอร์และเอฟเฟคเพิ่่มนิดหน่อย)

ผลกระทบจาก COVID-19 ทำให้อาจารย์มหาวิทยาลัยต้องจัดการเรียนการสอนแบบออนไลน์กัน และผมก็ต้องใช้ห้องทำงานเพื่อบันทึกวิดีโอการสอนให้นักศึกษาดูแทนการมานั่งเรียนในห้องด้วย

แต่ถ้าย้อนกลับไปเมื่อปี 2556 ผมก็เคยบันทึกการสอนทำวิดีโอมาแล้วครั้งนึงในเรื่องความหลากหลายทางชีวภาพของสัตว์ในวิชา วทชว 117 ที่ไม่น่าเชื่อว่าอุปกรณ์ที่เคยใช้ในวันนั้น ยังคงอยู่ถึงวันนี้

มีเพียงฮาร์ดดิสก์ในเครื่องคอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊ก Lenovo ที่โดยเปลี่ยนเป็น SSD ไปแล้ว ส่วนไมโครโฟนของ Kanen ราคา 140 บาทจากร้านศาลายาสโตร์ที่ปิดตัวไปแล้ว ก็ยังคงอยู่และใช้งานได้ดี

แต่ตอนบันทึกจริง ๆ ใช้เครื่องคอมตั้งโต๊ะที่เห็นในภาพแรกแทน เพราะดูเหมือนว่าเครื่องโน๊ตบุ๊คที่เป็น CPU Core i3 จะสู้เครื่องตั้งโต๊ะที่เป็น i5 ไม่ได้ และมีวิดีโอที่ทำแล้วเสียงกับภาพไม่ตรงกับตอนที่นั่งบรรยายด้วย เลยต้องย้ายเครื่องหลังจากที่วางแผนว่าจะใช้โน๊ตบุ๊คแล้วไปหาที่นั่งบันทึกเสียงที่เหมาะสม เลยต้องใช้ห้องทำงาน (B410) เป็นสถานที่บันทึกเสียงการสอนไปโดยปริยาย

แก้ปัญหาเสียงเบาเกินไป

หลังจากปล่อยให้นักศึกษาดูวิดีโอการสอนไปก็มีนักศึกษาแจ้งว่าเสียงมันเบาไป เลยต้องหาทางทดสอบว่าด้วยอุปกรณ์ที่มีจะทำให้เสียงมันดังขึ้นมาได้ไหม โดยไม่ต้องเอาเสียงพัดลมแอร์ในห้องเข้ามาด้วย และจากการทดลองดังคลิป https://youtu.be/J_9qnqmlieQ ก็เป็นไปได้ว่าจะได้เสียงดีที่สุดจากอุปกรณ์ที่มีจาการตั้งค่าเอาเสียงจากไมโครโฟนเป็น 100% และบวกเพิ่มหรือ Boost อีก +10 dB โดยังคงต้องใช้ฟังก์ชัน Noise Suppression อยู่ เพราะพอปิดการใช้งานเท่านั้น เสียงแทรกจากพัดลมแอร์ก็เข้ามาทันที รอบแรกที่อัดเสียงค่าอยู่ที่ 90% และค่า Boost เป็น 0 ก็สมควรที่จะเงียบเกินไปอย่างที่นักศึกษาบ่น

ไมโครโฟน USB

ตั้งแต่ต้องทำงานที่บ้าน (work from home) เหมือนกับหลาย ๆ ท่าน ก็พบว่าไมโครโฟนที่มีอยู่เดิมใช้กับคอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊คที่มีได้เหมือนกันแต่มีเสียงรบกวนตลอด เมื่อตรวจสอบดูจึงพบว่าอาจจะเป็นเพราะช่องที่ใช้เสียบไมโครโฟน แท้จริงแล้วเป็นช่องที่รองรับทั้งหูฟังและไมโครโฟนในตัวเดียวกัน การนำไมโครโฟนเฉย ๆ ไปใส่อาจทำให้เกิดสัญญาณรบกวนจนไม่สามารถบันทึกเสียงการบรรยายเลคเชอร์ได้ จึงต้องใช้หูฟังแบบที่มีไมโครโฟนติดมาด้วยแบบที่เรียกว่าเป็นแฮนด์ฟรี เช่นที่ใช้กับมือถือมาอัดเสียงแทนไปพลาง ๆ ก่อน แล้วค่อยหาเรื่องสั่งไมโครโฟนแบบ USB มาอีกทีจาก JIB 

จากการใช้ห้องทำงานเป็นสตูดิโอ ก็เลยต้องใช้ห้องนอนเป็นสตูดิโอที่ขอตั้งชื่อว่า สตูดิโอ 624 (ก็เอามาจากบ้านเลขที่นั่นเอง)

ลิงก์ที่เกี่ยวข้อง

แก้ปัญหา OBS จอดำ

ในระหว่างการระบาดของโรค COVID-19 ทำให้เกิดความจำเป็นต้องผลิตสื่อการเรียนการสอนแบบออนไลน์ และโปรแกรม Open Broadcaster Software หรือ OBS ซึ่งเป็นของฟรีและความสามารถล้นเหลือ ถูกนำมาใช้หรือแนะนำให้อาจารย์ที่ไม่เคยใช้โปรแกรมแนวนี้ในการผลิตวิดีโอการสอน เช่นใช้ OBS ในการสตรีมการสอนสดหรือทำคลิปเพื่อให้นักศึกษามาดูเวลาที่สะดวก

เป็นครั้งแรกที่ดาวน์โหลดโปรแกรมนี้มาใช้กับเครื่องคอมพิวเตอร์ Notebook ของ Lenovo ที่สเปคไม่ได้สูงมาก (i3) แต่คิดว่าน่าจะจำเป็นต้องยกไปอัดคลิปในที่ที่เงียบ ๆ แทนการใช้เครื่องตั้งโต๊ะที่แม้จะเป็น All-in-One แต่จะให้ยกไปยกมาก็คงไม่ไหว

OBS จอดำ

ทันทีที่เปิดใช้งาน และเลือกแหล่งของหน้าจอที่จะใช้ (Source) เป็นหน้าจอ (Display Capture) ก็ได้ปัญหามาแทนดังภาพด้านบน ที่จะไม่เห็นอะไรให้จับ (ตัวหนังสือ Black Screen of Death …จอดำแห่งความตาย) ทดลองกดบันทึกดู ก็พบว่าได้วิดีโอมืดสนิทแต่บันทึกเสียงได้มา

วิธีแก้ไข

เพื่อน ๆ ในโลกอินเตอร์เน็ตมีทางเลือกให้หลายทาง บ้างก็ให้ไปใช้เวอร์ชัน 32bit บ้างก็ให้ไปตั้งค่าที่โปรแกรมของการ์ดจอ เพราะปัญหามักจะเกิดกับเครื่อง Notebook ที่ดันมีการ์ดจอ 2 การ์ดในเครื่องเดียว แล้วปรากฎว่าสิ่งที่ OBS ไปเอาภาพมาดันเป็นการ์ดจอที่ไม่ตรงกับอันที่เครื่องใช้ในการแสดงผล

สำหรับเครื่องของผมนั้น ผมใช้วิธีปิดที่ไดร์ฟเวอร์ของการ์ดจอไปอันนึง (Intel) แล้วให้เหลือแต่การ์ดจอของ AMD

หน้าจอจะมืดไปสักครู่ แล้วกลับมามีภาพใหม่ เมื่อกลับไปที่หน้าจอของ OBS พบว่ามีภาพขึ้นมาแล้ว

เมื่อทดลองบันทึกวิดีโอ พบว่าสามารถบันทึกได้ทั้งภาพและเสียง

เสียงเบาไป

อีกปัญหาหนึ่งที่พบ คือเสียงจากไมโครโฟนที่ติดมากับเครื่อง Notebook ให้เสียงเบาเกินไป และมีเสียงพัดลมเครื่องปรับอากาศเข้ามาดังมากพอสมควร ไม่ใสปิ๊งแบบเวลาดูคลิปอื่น ๆ บนยูทูป

ทางแก้คือหาไมโครโฟนมาเสียบ เช่น ที่ช่องเสียบไมโครโฟนของเครื่อง (แจ็คขนาด 3.5 cm) หรือลงทุนซื้อไมโครโฟนเสียบ USB ซึ่งราคาพันกว่าถึงหลายพัน …หากไม่ได้กะจะทำเป็นอาชีพ ก็ควรพิจารณาการใช้เงินลงทุนด้านนี้

ลิงก์ที่เกี่ยวข้อง

ในภาวะที่มีการระบาดของโรค COVID-19 การเรียนการสอนแบบออนไลน์ดูเป็นทางเลือกหนึ่งที่ทำให้นักเรียนนักศึกษามีความปลอดภัยจากการติดโรคมากขึ้นกว่าการมานั่งเรียนรวมกันในห้องที่มีจำนวนนักเรียนนักศึกษาจำนวนมากและนั่งอยู่หรือฝึกปฏิบัติการอยู่ใกล้ ๆ กัน

Google Classroom เป็นบริการหนึ่งบนแพลตฟอร์มของกูเกิ้ลที่ช่วยให้อาจารย์สามารถติดต่อสื่อสาร มอบหมายงาน และวัดประเมินผลการเรียนรู้ของนักเรียนนักศึกษาได้โดยง่าย และในกรณีที่สถานศึกษาใช้บริการของแพลตฟอร์มแล้วจะทำให้สามารถจัดการเรียนการสอนได้อย่างปลอดภัย

ภาพระหว่างบรรยายการใช้ Google Classroom ให้กับบุคลากรคณะวิทยาศาสตร์ เมื่อวันศุกร์ที่ 13 มีนาคม 2563 (ภาพโดยอ.ป๋วย)

คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล จัดการอบรมเชิงปฏิบัติการ/สาธิต การใช้ Google Classroom และการสร้างเนื้อหาในการเรียนการสอนออนไลน์ เช่นการทำวีดิโอบันทึกการสอน หรือการสอนออนไลน์สด ๆ กับนักศึกษา ที่ห้อง L-04 และ L-02 เมื่อวันศุกร์ที่ 13 มีนาคม 2563 โดยแบ่งเป็นภาคเช้าและภาคบ่ายตามลำดับ

สไลด์ประกอบการบรรยายและ Class Code สำหรับเข้าชั้นเรียนตัวอย่าง ซึ่งในที่นี้เป็นระบบที่ต้องใช้ชื่อผู้ใช้ในระบบของกูเกิ้ลภายใต้โดเมน mahidol.edu

เตรียมความพร้อมสู่การสอนออนไลน์

ประการแรกนั้น การสอนออนไลน์แบบ Live หรือสอนสด ๆ แล้วให้นักเรียนเข้ามาดู เพื่อให้มีการตอบโต้กันได้ยังไม่ใช่วัตถุประสงค์สำคัญ แต่จากการเข้าร่วมการอบรมกับคณะวิทยาศาสตร์ ทำให้ทราบว่ามีหลายตัวเลือก เช่นการใช้ Google Meet และ WebEx ที่ทางมหาวิทยาลัยมหิดลมีให้อาจารย์ใช้ โดยต้องแจ้งความจำนงผ่านเว็บไซต์ของกองไอที ของมหาวิทยาลัยก่อน

เปลี่ยน PowerPoint ให้เป็น VDO

เนื้อหาส่วนใหญ่ที่ใช้สอนอยู่ในรูปของไฟล์ PowerPoint ที่มักจะพิมพ์เป็น PDF แล้งให้นักศึกษาดาวน์โหลดไปใช้ประกอบระหว่างการเรียน ซึ่งสามารถแปลงให้เป็น VDO แล้วอัพโหลดขึ้น YouTube ได้เลยด้วยตัวโปรแกรม PowerPoint โดยใช้เมนู File -> Export -> Create a VDO แล้วจะเลือกความละเอียด และการใช้คำบรรยายและเวลาแสดงแต่ละสไลด์ได้หากได้บันทึกเอาไว้ จากนั้นเมื่อเลือกสร้างวิดีโอ ก็จะได้ไฟล์ในรูปแบบของ MP4 (MPEG-4) ออกมา

จากการทดลองใช้ไฟล์ PowerPoint 2016 ขนาดไฟล์ 10.5 MB จำนวน 95 สไดล์ มาสร้างเป็นวิดีโอตามวิธีที่กล่าวมาข้างต้น จะได้ไฟล์ MP4 ขนาด 23 MB ที่ความละเอียด 640×480 แสดงสไลด์ละ 5 วินาที โดยไม่มีคำบรรยายที่เป็นเสียงประกอบ ความยาว 7 นาที 57 วินาที

ลิงก์ที่เกี่ยวข้อง

การ์ตูน/มังงะ/ฯลฯ ที่มีตัวเอกที่อาจไม่เก่งในตอนแรกและค่อย ๆ เก็บประสบการณ์เพิ่มเลเวล (หรือได้เลเวลเพิ่มอย่างรวดเร็ว) ก็เหมือนกับเล่นเกมส์ประเภทสวมบทบาท (RPG) ซึ่งอาจแบ่งได้เป็นทั้งพวกที่ตัวเอกอยู่ในโลกปกติและจากกนั้นก็เข้าไปเล่นเกมส์แบบที่ต้องเข้าไปในเกมส์ หรือต้องไปเกิดใหม่ในโลกอื่น หรืออยู่ในโลกอื่นที่มีระบบการดำรงชีวิตเหมือนเกมส์บนโลกก็ได้

Divinity: Original Sin (a role-playing game; RPG)

ไปเก็บเลเวลในต่างโลก

เรื่องราวที่มักประกอบด้วยการไปต่างโลก ซึ่งมีทั้งการได้ไปต่างโลกทั้งอย่างนั้นโดยไม่ได้เปลี่ยนแปลงอะไร การไปต่างโลกโดยได้ร่างใหม่และทักษะใหม่ ๆ ซึ่งมักเกิดจากการตายในโลกเดิม ส่วนมากตัวเอกมักสะสมประสบการณ์และเก่งขึ้นในโลกใหม่เหมือนเล่นเกมส์สวมบทบาท (role-playing game; RPG) แต่ก็มีบางเรื่องที่ตัวเอกไม่ได้เก่งขึ้นแบบในเกมส์ แต่ใช้ความรู้ความสามารถที่มีจากโลกเดิมไปเปลี่ยนแปลงในโลกใหม่

  • Dungeon Reset — พระเอกถูกอัญเชิญไปลุยดันเจี้ยนในต่างโลก แต่ดันได้รับทักษะการทำให้ของต่าง ๆ สะอาดบริสุทธิ์ผุดผ่อง ต่อมาพลาดตกมาถูกเหล็กในกับดักเสียบเกือบตาย พอเพื่อน ๆ เคลียร์ดันเจี้ยนได้ พระเอกก็กลับมาสุขภาพดีเหมือนเดิม แต่เมื่อไม่ได้เดินทางไปดันเจี้ยนชั้นต่อไปกับเพื่อน ๆ เลยติดอยู่ในดันเจี้ยนแรกหลังการย้อนกลับไปเริ่มต้นใหม่
  • FFF-Class Trashero — เก่งก็แล้ว ปราบจอมมารก็แล้ว ทำไมยังไม่จบหลักสูตรฮีโร่ และย้อนกลับมาหาทางสงหารจอมมารใหม่อีกรอบ จะได้กลับไปโลกเดิมเสียที
  • Game obu Familia – Family Senki (Family War Chronicles) — โดนส่งไปต่างโลกกันทั้งครอบครัว
  • Genjitsushugisha no Oukokukaizouki — พระเอกถูกอัญเชิญไปเป็นฮีโร่ในต่างโลก แต่พอคุยไปคุยมา พระราชาของต่างโลกเลยยกอาณาจักรพร้อมลูกสาวให้ซะเลย
  • Homeless Tensei: Isekai De Jiyuu Sugiru Majutsu Jisoku Seikatsu — เป็นคนไร้บ้านอยู่ดี ๆ ก็ไปเกิดใหม่ในต่างโลกซะแล้ว …พระเอกเป็นไร้บ้าน เก็บของเก่าขายหาเงินประทังชีวิต ในวันแห่งโชคชะตา..ไม่เข้าข้าง เกิดฝนตกและเขาถูกฟ้าผ่า พอรู้ตัวอีกทีก็อยู่ในดันเจี้ยนของต่างโลกไปเสียแล้ว
  • Inaka no Home Center Otoko no Jiyuu na Isekai Seikatsu (Home Center Isekai) — พระเอกถูกอัญเชิญให้ไปเกิดใหม่ในต่างโลก แต่จากเดิมที่เก่งงานช่าง พอไปต่างโลกที่ต้องใช่เครื่องสล็อตแมชชีนในการสุ่มทักษะเริ่มต้น ก็ดันได้ทักษะแนวช่างมาเหมือนเดิม หลังจากรอดจากการต่อสู้กับศัตรูตัวแรกมาได้ ชีวิตของตัวเอกจะเป็นอย่างไรกับชาวเผ่ากระต่ายในโลกใหม่นี้
  • I Became the Strongest With the Failure Frame “Abnormal State Skill” as I Devastated Everything (Hazure Waku no “Joutai Ijou Skill” de Saikyou ni Natta Ore ga Subete o Juurin Suru made) — พระเอกถูกอัญเชิญมาพร้อม ๆ กับคนอื่น แต่ดันมีทักษะและอันดับความแข็งแกร่งขั้นต่ำสุด จึงถูกส่งให้ไปตายในดันเจี้ยน แต่ด้วยการพลิกวิกฤตให้เป็นโอกาสทำให้รอดชีวิตออกมาพร้อมกับทักษะเดิมและทักษะใหม่ที่มุ่งสู่การแก้แค้น
  • Isekai de “Kuro no Iyashi Te” tte Yobarete Imasu — นางเอกถูกอัญเชิญไปต่างโลกพร้อมกับทักษะเกี่ยวกับเวทย์การรักษา แต่ตอนหลัง ๆ ไม่ค่อยได้ใช้เวทย์แล้วเหมือนเป็นเรื่องการเมืองและแย่งชิงตัวกันไป
  • Isekai Kenkokuki — ไปสร้างอารยธรรมใหม่ในต่างโลกกับตัวเอกที่ตายในโลกปกติ แล้วไปตื่นอีกทีในต่างโลก กับเหล่าเด็กกำพร้าหรือเด็กที่ถูกทิ้งแล้วได้กริฟฟอนในตำนานดูแลอยู่ พอพระเอกมาถึงต่างโลกก็เลยได้รับหน้าที่ดูแลเด็ก ๆ เหล่านี้ไป
  • Isekai Nonbiri Nouka — อ่อนแอมากจนต้องตายไป แต่ได้เกิดใหม่ในต่างโลกที่ได้พรจากพระเจ้าให้ร่างกายแข็งแรง และเครื่องมือทำการเกษตรในตำนาน
  • Isekai Yururi Kikou — ต้องตายด้วยความบังเบิญ เลยได้ไปเกิดใหม่ในต่างโลก พร้อมกับความสามารถที่พระเจ้าให้มา แต่ไม่ทันไรก็ต้องมาเจอเด็กน้อยสองคนในกลางป่า
  • Kami Neko Mii-Chan to Neko Youhin Shoukanshi No Isekai Funtouki — พระเอกไปเกิดใหม่ในต่างโลก ด้วยความดีที่ช่วยแมวของพระเจ้าไว้ เลยได้ทักษะแห่งการเลี้ยงแมวติดตัวไปด้วย
  • Kanzen Kaihi Healer no Kiseki — พระเอกถูกอัญเชิญไปต่างโลกพร้อมคนอื่น ๆ แต่พอพบว่าตนเองมีทักษะการรักษาขั้นเทพ จึงเพิ่มค่าสถานะเพื่อหลบหลีกให้รอดนาน ๆ จะได้คอยช่วยคนอื่นได้ดีขึ้น แต่กลับถูกมองว่าเป็นการเพิ่มค่าสถานะที่หมดอนาคต เลยออกมาผจญภัยคนเดียวพร้อมกับความสามารถหลบหลีกพลิ้วขั้นเทพ
  • Kuro no Shoukanshi (Black Summoner) — พระเอกมาเกิดใหม่ในต่างโลก (ที่ใช้ความทรงจำเดิมแลกกับการอัญเชิญขั้นเทพ) มาเป็นนักอัญเชิญบ้าพลังที่อยากสู้กับคนเก่ง ๆ ไปทั่ว จนตอนหลังนอกจากจะอัญเชิญขั้นเทพแล้วยังใช้ทักษะที่ได้มาต่อสู้ด้วยตัวเองไป ไม่ต้องพึ่งการอัญเชิญเท่าไหร่
  • Let’s Aim for the Deepest Part of the Otherworldly Labyrinth (Isekai Meikyuu no Saishinbu o Mezasou) — พระเอกถูกอัญเชิญมาตื่นขึ้นในดันเจี้ยนได้ยังไงตอนนี้ยังไม่รู้ พอหนีไปเจอนักผจญภัยด้วยกันก็ถูกทำให้กลายเป็นเหยื่อล่อมอนสเตอร์ แต่ด้วยทักษะที่มีโดยเฉพาะเวทย์แห่งห้วงมิติ ทำให้ตัวเอกรอดมาแล้วออกเดินทางเข้าเมืองได้สำเร็จ
  • Taberu dake de Level-Up! (Level up just by eating) — พระเอกถูกอัญเชิญมาต่างโลกพร้อมกับได้ทักษะในการเรียนรู้ทักษะอื่น ๆ จากอาหารที่กินเข้าไป
  • Maou ni Natta node, Dungeon Tsukutte Jingai Musume to Honobono suru (I Became the Demon Lord so I Created a Dungeon and Spend Heartwarming Time There with Non-Human Girls) — พระเอกมาเกิดใหม่เป็นจอมมารสร้างดันเจี้ยน
  • Overlord — ตอนแรกควรจะถูกจัดเป็นเรื่องจากเล่นเกมส์ออนไลน์เสมือนจริง แต่ในวันที่เซิร์ฟเวอร์จะปิด พระเอกตัดสินใจอยู่ในเกมส์จนวินาทีสุดท้าย และคาดว่าคงจะเด้งออกสู่โลกความเป็นจริง แต่หาเป็นเช่นนั้นไม่
  • Reborn as a Barrier Master (Kekkaishi e no Tensei) — พระเอกมาเกิดใหม่ด้วยทักษะการสร้างแบเรีย ที่ใช้ได้หลากหลายวิธีตอบสนองจินตนาการของผู้ใช้
  • Saikyou no Shuzoku ga Ningen Datta Ken — เบื่อโลกตัวเอง ตัวเอกเลยลอยมาโลกใหม่ ซึ่งเป็นโลกที่มนุษย์กลายเป็นของหายากและทรงพลัง
  • Seijo no Maryoku wa Bannou desu — เรื่องราวของพนักงานออฟฟิสสาวที่ถูกอัญเชิญไปต่างโลก พร้อมกับทักษะของการเป็นนักบุญหญิงที่ตอนแรกไม่มีใครรู้ว่าจะเก่งขั้นเทพ
  • Sen no Sukiru o Motsu Otoko — หนุ่มกับทักษะนับพัน เป็นเรื่องราวของตัวเองในโลกธรรมดา แต่ถูกอัญเชิญไปต่างโลก ในแต่ละครั้งจะเล่นเสี่ยงดวงได้ทักษะ (skill) ใหม่เอาไปใช้ได้ทั้งในต่างโลกและโลกตัวเอง …ตอนหลัง ๆ เริ่มเอาเทคโนโลยีของโลกไปใช้ในต่างโลกด้วยเลยรู้สึกว่าเริ่มมั่วล่ะ
  • Tensei Kizoku no Isekai Boukenroku ~Jichou wo Shiranai Kamigami no Shito~ — ตัวเอกไปเกิดใหม่เป็นลูกของคนชั้นสูง ในขณะเดียวกันก็เป็นสาวกของพระเจ้าในโลกใหม่นั้น พร้อมกับพลังและทักษะเทพ ๆ จากการอวยพรของพระเจ้า มีการนำเอาเทคโนโลยีจากโลกปกติไปเผยแพร่ด้วย แต่ดูเหมือนว่าอนาคตกำลังจะมีเรื่องท้าทายอยู่
  • The World Is Full of Monsters Now, Therefor I Want to Live As I Wish (Monster ga Afureru Sekai ni Natta Node Suki ni Ikitai to Omoimasu) — พระเอกอยู่ในโลกปกติที่อยู่ ๆ ก็เปลี่ยนเป็นโลกแฟนตาซี แต่ที่ค่าประสบการณ์ที่ได้จากการกำจัดมอนสเตอร์ด้วยความบังเอิญทำให้พอมีค่าทักษะในการพัฒนาตัวเองแบบโลกในเกมส์ได้ และต่อสู้เพื่อความอยู่รอดพร้อมกับหมาน้อยชิบะและสไลม์เพื่อนรัก
  • World Teacher – Isekaishiki Kyouiku Agent — เป็นนักฆ่าหรือสายลับที่ตายไปเกิดใหม่ในต่างโลก แต่ว่ายังจำสมัยที่มีชีวิตในโลกเดิมได้ แล้วก็ใช้ความรู้และทักษะที่มีสอนเด็กที่เก็บมาเลี้ยง

ยังเก็บเลเวลในโลกตัวเอง

ตัวเอกยังอยู่ในโลกปกติ แต่เข้าไปเล่นเกมส์ออนไลน์แบบดำดิ่งหรือเสมือนจริง (VRMMO) แบบผู้เล่นหลาย ๆ คน

  • Argate online — พระเอกเล่มเกมส์ออนไลน์แบบในชื่อเรื่อง แต่แล้วดันออกจากเกม (log out) ไม่ได้ แถมระบบที่ควบคุมความเจ็บปวดก็เหมือนจะไม่มี
  • I Became a Legend a Decade Later After Telling My Comrades to Leave Everything to Me and Retreat First — พระเอกอยู่สู้กับกองทัพจอมมารเพียงคนเดียว …ด้วยการใช้เวทย์มนต์ทำให้ตนเองสู้ได้แม้จะหลับอยู่ ตื่นมาอีกปีก็ 10 ปีให้หลัง แถมยังดูเด็กกว่าเดิม
  • Itai no wa Iya nanode Bougyo-Ryoku ni Kyokufuri Shitai to Omoimasu (I hate being in pain, so I think I’ll make a full defense build.) — นางเอกเล่นเกมส์ออนไลน์กับเพื่อน ๆ แต่ถึงจะเป็นในเกมส์แต่ก็ไม่อยากเจ็บจากการถูกโจมตี เลยเพิ่มค่าสถานะ VIT หรือค่า vitality อย่างเดียว ประกอบกับพฤติกรรมต่าง ๆ ทำให้ได้ทักษะที่ยิ่งช่วยให้เพิ่มการป้องกันตัวเองให้ดียิ่งขึ้น แต่ตอนหลัง ๆ ก็ได้ทักษะโจมตีขั้นเทพมาอีก
  • Kyoukai Meikyuu to Ikai no Majutsushi (Boundary Labyrinth and Magician of Alien World) — พระเอกที่จำความได้ว่าเล่นเกมส์ Break Force Online (BFO) อยู่ แต่ทำไมมาอยู่ในโลกที่เหมือนในเกมส์ได้ ก็เลยต้องใช้ความรู้และทักษะที่เคยเล่นมาอยู่รอดต่อไปในโลกใหม่ที่เหมือนเกมส์แห่งนี้
  • Virtual World: Close Combat Mage — พระเอกอยากลองวิชากังฟูที่ร่ำเรียนมาแต่พ่อห้ามใช้ จึงคิดจะเอามาใช้ในเกมส์ออนไลน์ แต่ดันได้ตัวละครในเกมส์ที่เป็นจอมเวทย์มาแทน เลยคิดว่าเพิ่มทักษะความว่องไวคล่องตัวดีกว่า ที่เหลือเอาทักษะในโลกจริง ๆ ของตัวเองมาเล่นล้วน ๆ

เรื่องราวในโลกแฟนตาซีที่ตัวเอกค่อย ๆ เก่งขึ้นเรื่อย ๆ

  • Bouken ni, Tsuitekonaide Okaasan!: Chouka Hogo na Saikyou Dragon ni Sodaterareta Musuko, Hahaoya Douhan de Boukensha ni Naru — พระเอกถูกเก็บมาเลี้ยงโดยมังกรที่แปลงเป็นคนได้ เป็นแม่มังกรที่ห่วงและหวงลูกมาก แอบช่วยหรือช่วยลูกตัวเองจนกลายเป็นเรื่องเป็นราวขึ้นมา
  • E-Rank Healer (E Rank no Kusushi) — นางเอกมีทักษะเวทย์รักษาและปรุงยา ประกอบกับความรู้เกี่ยวกับสมุนไพรต่าง ๆ แต่เพราะไม่เคยรับการประเมินความสามารถเลยเป็นได้แค่ระดับ E จนกระทั่งพระเอกพาไปรับการประเมินความสามารถใหม่ เลยได้เพิ่มระดับ …ซึ่งก็ทำให้ไม่ตรงกับชื่อเรื่องไป
  • Solo Leveling — พระเอกไม่ได้เก่งเลยในตอนแรก แต่ได้ผ่านประสบการณ์ใกล้ตายและบรรลุเงื่อนไขได้เกิดใหม่ทางจิตวิญญาณปลดล็อคความสามารถให้เติบโตขึ้นได้อย่างไร้ขีดจำกัด
  • The Gamer — พระเอกอยู่ในโลกที่มีพลังภายในและเวทย์มนต์ ที่ตนเองดันมีทักษะแบบในเกมส์

เรื่องราวในโลกแฟนตาซีที่ตัวเอกเก่งอยู่แล้ว

  • 100-nin no Eiyuu o Sodateta Saikyou Yogensha wa, Boukensha ni Natte mo Sekaijuu no Deshi kara Shitawarete Masu — พระเอกนี่เก่งอยู่แล้ว แต่หลังสงครามศักดิ์สิทธิ์ก็หลบมาพัก จนได้รับจดหมายจากเด็ก ๆ ฮีโร่ที่เคยดูแลอยู่ จนอยากออกเดินทางไปเยี่ยมเด็ก ๆ
  • The Former Hero was Called as a Failure and Expelled From His Home, Decided to Live on His Own — พระเอกน่าจะเก่งอยู่แล้วในโลกก่อน แต่เกิดใหม่อีกรอบก็เหมือนจะเก่ง แต่พอไม่ได้รับพรจากพระเจ้าเพิ่ม ก็เลยถูกขับออกจากบ้าน
  • The Strongest Wizard Becomes a Countryside Guardsman After Taking an Arrow to the Knee — ด้วยมุกธนูปักหัวเข่าแบบในเกมส์ Skyrim พระเอกซึ่งเก่งอยู่แล้วแต่ได้รับบาดเจ็บจนฝืนตัวเองมากไม่ได้เพราะจะปวดเข่ามากเลยตัดสินใจเลือกทำภาระกิจเป็นผู้รักษาความปลอดภัย (รปภ.) ให้หมู่บ้านเล็ก ๆ กลางป่า

ย้อนเวลาในโลกตนเอง

เป็นแนวดำเนินเรื่องที่ตัวเอกอาจพลาดท่า ตาย หรือเกือบตาย แต่พอรู้ตัวอีกทีก็อยู่ในร่างตนเองในอดีตก่อนที่เรื่องทั้งหมดจะเกิดขึ้น ทำให้มีโอกาสแก้ไข หรือเตรียมพร้อมต่อสิ่งที่จะเกิดขึ้น เพราะรู้อยู่แล้วว่าจะเกิดอะไรขึ้น แต่บางครั้งเรื่องราวที่เกิดขึ้นกลับเปลี่ยนไป ไม่ตรงกับที่ตนเองประสบพบเจอมาก่อน

  • A Returner’s Magic Should Be Special — พระเอกตายแต่พบว่าย้อนเวลามาในอดีตจึงเริ่มพัฒนาตนเองและเพื่อน ๆ ให้พร้อมต่อสู้เพื่อให้รอดไปด้วยกัน
  • Tales of Demons and Gods — พระเอกกำลังพลาดท่า แต่พอรู้สึกตัวดันกลายมาเป็นนักเรียนอยู่ในโลกของตนเองในอดีต

กลับไปกลับมาระหว่างโลก

การ์ตูนที่ไปต่างโลกแต่ไม่มีเลเวลแบบในเกมส์ให้เก็บ หรือกลับไปกลับมาระหว่างโลกเดิมและต่างโลกก็มีเหมือนกัน

  • Gate – Jietai Kare No Chi Nite, Kaku Tatakeri — อยู่ ๆ ก็มีกระตูเชื่อมต่อไปยังอีกโลกนึงเกิดขึ้น และตอนเริ่มเรื่องน่าจะอยู่ในหัวข้อที่คนต่างโลกมายังโลกของเรา แต่สนใหญ่แล้ว คนในโลกของเราไปลุยในโลกของเขามากกว่า
  • Rougo ni sonaete i sekai de 8 man-mai no kinka o tamemasu — นางเอกวาร์ปไปมาระหว่างโลก ด้วยความสามารถที่ได้มาตอนเกือบตาย ทำให้คิดแผนหาทางสะสมเงินด้วยวิธีต่าง ๆ เพื่อการดำรงชีวิตที่สะดวกสบายในภายภาคหน้า
  • Takarakuji de 40-oku Atattandakedo Isekai ni Ijuu Suru — ถูกล็อตเตอรีก็เลยไปทำบุญในต่างโลก เป็นเรื่องราวของตัวเอกของเรื่องที่ถูกรางวัลได้เงินมา และได้บ้านในต่างจังหวัดที่พอเดินผ่านประตูไปกลับทะลุไปต่างโลก จึงนำไปสู่เรื่องราวของการนำเงินไปซื้อของมาแจกจ่ายให้คนในหมู่บ้านต่างโลก (สรุปจากสองสามตอนแรก)

คนต่างโลกมายังโลกของเรา

ในทางตรงกันข้าม คนต่างโลกก็มายังโลกปัจจุบันของเราได้เหมือนกัน

  • Regarding That We Decided to Live in the Countryside With The Female Knight Who Came to Us (Orenchi ni Kita Onna Kishi to: Inakagurashi suru Koto ni Natta Ken, Orenchi ni Kita Onna Kishi to Inakagurashi suru Koto ni Natta Ken) — ตัวเอกของเรื่องออกจากงานในเมืองมาทำไร่ไถนาในต่างจังหวัด แต่อยู่ ๆ ก็มีสาวในชุดอัศวินมาขอพักด้วย ซึ่งตอนหลังพบว่าเธอคงมาจากต่างโลกด้วยพลังของม้วนคัมภีร์เวทย์ที่เพื่อนให้เอาไว้

Netflix

การดูทีวีแล้วต้องเสียตังค์ อาจไม่ใช่ทางเลือกในยุคที่มีของฟรีให้ดูผ่านอินเตอร์เน็ตมากมาย แต่หากได้ดูในสิ่งที่อยากดูอย่างสบายใจไม่ผิดกฎหมายแล้ว การใช้บริการ Netflix ที่เสียค่าใช้จ่ายเดือนละไม่ถึง 500 บาท (แล้วถ้าแชร์กับคนอื่น ๆ เช่นคนในครอบครัวหรือเพื่อน ๆ ก็จะยิ่งคุ้ม)

ในช่วงต้นปี 2563 นี้ทาง Netflix เอาการ์ตูน (animation) ที่เป็นผลงานของ Ghibli Studo มาฉายรวม ๆ กันแล้ว 21 เรื่อง ทำให้ช่วงเวลานี้คุ้มค่ามาก ๆ จากที่ปกติก็ดูคุ้มอยู่แล้วในความคิดของผม

ข้อเสียก็คือ บางเรื่องช้ากว่าความเป็นจริง ๆ เป็นปีหรือหลายปี มีคนเคยเทียบว่า Netflix ที่ดูในเมืองไทยมีหนังหรือซีรีย์น้อยกว่าที่อื่น ฯลฯ ดังนั้นหากจะต้องเสียตังค์แล้วอาจพิจารณาจากการที่เขาให้ฟรีหนึ่งเดือนไปลองนั่งดูและพิจารณาด้วยตนเองก่อนตัดสินใจก็ได้

ลิงก์ที่เกี่ยวข้อง

และเรื่องอื่น ๆ อีกมากมาย ที่ดูไปแล้วแต่ไม่ได้เขียนบันทึกไว้ (เข้าใจว่า Netflix คงเก็บประวัติการดูไว้ให้บ้าง หากอยากกลับไปค้นดู)

มหาวิทยาลัยมหิดลมีสมุดขนาดมาตรฐานจำหน่ายอย่างเป็นทางการอยู่ทุกปี โดยให้นักศึกษาออกแบบหน้าปกเพื่อชิงรางวัลส่งเสริมการมีส่วนร่วมได้อีกด้วย ในปี 2563 นี้ ผลการประกวดปกสมุดของมหาวิทยาลัยมหิดลเป็นดังนี้

แต่ส่วนตัวแล้ว คงไม่มีเล่มไหนดีไปกว่าเล่มที่มีหมาน้อยแฮปปี้อยู่บนหน้าปกจากผลการประกวดเมื่อปี 2558 ได้

ซึ่งจริง ๆ แล้วก็ซื้อมาเล่มนึงและให้หลานเอาไปใช้เมื่อนานมาแล้ว

โรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์ ประกาศผลการคัดเลือกนักเรียนเข้าศึกษาชั้น ม. 4 ปีการศึกษา 2563 ครับ

ลิงก์ที่เกี่ยวข้อง

หมู่เกาะมาเลย์

ในที่สุดก็ถึงวันที่หนังสือ “หมู่เกาะมาเลย์” ฉบับภาษาไทยที่แปลมาจาก The Malay Achepilago โดย Alfred Russel Wallace จะได้ฤกษ์ออกมาวางจำหน่ายจากสำนักพิมพ์มติชนเสียที

หมู่เกาะมาเลย์ ฉบับภาษาไทยจะได้รับการตีพิมพ์ออกมาเป็นสองเล่ม โดยเล่ม 1 นั้น ทางสำนักพิมพ์เปิดให้จอง (Pre-order) ระหว่างวันที่ 24 ก.พ. – 15 มี.ค. 2563 และแจ้งว่าจะเริ่มส่งให้ผู้สั่งจองในวันที่ 15 มี.ค. 2563 โดยราคาสำหรับผู้สั่งจองล่วงหน้าอยู่ที่ 360 บาท ในขณะที่ราคาที่ตั้งไว้เพื่อขายตามปกติอยู่ที่ 450 บาท (ราคาสูงเพราะปกแข็ง)

ทางสำนักพิมพ์นัดทีมผู้แปลร่วมงานเปิดตัวหนังสือในช่วงปลายเดือนมีนาคม (ในเบื้องต้นแจ้งมาว่าจะเป็นวันเสาร์ที่ 28 มี.ค. 2563) ซึ่งหากนับวันที่ทีมผู้แปลร่วมประชุมกัน โดยที่มีผมร่วมประชุมด้วยแล้วเมื่อวันที่ 5 พ.ค. 2560 ก็เป็นเวลากว่า 2 ปี 10 เดือน (และอีก 23 วัน) ที่เริ่มประชุมในวันนั้นถึงวันเปิดตัวหนังสือ แต่ถ้านับวันที่ผมช่วยทำในส่วนที่ได้รับมอบหมายและส่งให้กับอ.นำชัย (นับเป็นร่าง 4 ของต้นฉบับที่แปลและปรับมาเรื่อย ๆ) เมื่อวันที่ 18 ต.ค. 2561 คิดเป็นเวลา 1 ปี กับ 5 เดือนที่ดำเนินการแปลมา (ในความเป็นจริง อัตราการแปลก็แปรผกผันขึ้น ๆ ลง กับภาระงานอื่น ๆ)

ของแถมสำหรับผู้สั่งจองหนังสือ

อินเดียนน่า โจห์น แห่งวงการวิทยาศาสตร์

ของแถมคนจองหนังสือ

อัพเดท วันที่ 12 มีนาคม 2563 พิมพ์เสร็จแล้วหน้าตาเป็นอย่างไร

ผู้แปลชวนฟัง

มุมมองของวอลเลซ

กว่าจะมาเป็นหนังสือ “หมู่เกาะมาเลย์”

ผมได้บันทึกประวัติการทำงานแปลบางส่วนของหนังสือนี้ร่วมกับทีมงานผู้แปลในโพสต์ที่มีชื่อว่า “กว่าจะมาเป็นหนังสือการผจญภัยของ A. R. Wallace” ที่ตั้งชื่อแบบนั้นเพราะตอนนั้นยังไม่ทราบว่าหนังสือที่แปลเสร็จจะวางจำหน่ายในชื่อไทยว่าอะไร ก็เลยตั้งชื่อโพสต์เอาไว้เล่น ๆ

สั่งจองหนังสือที่ http://bit.ly/2HRlF9S