บลอกอาจารย์โจ้

The Gaming Grandma

หลักชีววิทยา 1

หนังสือที่ร่วมแปลและเรียบเรียงกำลังจะออกมาอีกหนึ่งเล่ม ในชื่อว่า “หลักชีววิทยา 1” จากตำราต้นฉบับของ Sylvia S. Mader และ Michael Windelspecht ที่ชื่อว่า Essential Biology (4th Edition) เวอร์ชันปีค.ศ. 2014 สำนักพิมพ์ McGraw-Hill

หลักชีววิทยา 1

เล่มละ 395 บาท

ผลิตและจัดพิมพ์โดย แมคกรอ-ฮิล อินเตอร์เนชั่นแนล เอ็นเตอร์ไพรส์ แอลแอลซี จัดจำหน่ายโดยศูนย์หนังสือจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

หรือหาอ่านได้จากห้องสมุดสตางค์ มงคลสุข คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล โดยเล่มที่บริจาคของแท้จะต้องมีข้อความว่าบริจาคให้ห้องสมุดสตางค์ และมีลายเซ็นต์กำกับ และต้องมีลายเซ็นต์กำกับที่รูปผู้แปลและเรียบเรียงที่ปกในท้ายเล่มอีกด้วย :)

คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดีมีแบบทดสอบประเมินภาวะซึมเศร้าเบื้องต้น (ดังภาพ)

แบบทดสอบภาวะซึมเศร้า

ลิงก์ที่เกี่ยวข้อง

MU Blue Night 6

งานคืนสู่เหย้าชาวมหิดล หรืองาน MU Blue Night ที่จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 6 แล้วในรูปแบบเช่นนี้ แต่ปีนี้ผมไม่ได้ขวนขวายหาบัตรหรือชวนเพื่อน ๆ มากัน เพราะปีที่แล้วทำเอาผิดหวังไว้มาก โดยเฉพาะในเรื่องอาหารที่เตรียมไว้น้อยทั้งจำนวนร้านอาหาร และจำนวนอาหารต่อร้าน ทำให้มีปัญหาทั้งไม่พอ และต้องต่อคิวยาว

ผมได้บัตรมาจากคณะวิทยาศาสตร์ ที่ทำงานอยู่จำนวน 1 ใบ จึงได้มาเห็นว่าทางทีมผู้จัดคงได้นำข้อเสียจากปีที่แล้วปรับแก้ไข เช่นเรื่องร้านอาหารที่มีมากขึ้น และส่งผลไปถึงปริมาณอาหารที่มีเหลือจนต้องนำมาแจกจ่าย โดยไม่ต้องใช้คูปองในตอนท้าย ๆ ของงาน ยกเว้นร้านอาหารยอดนิยมที่จะหมดตามโควต้าที่ตกลงกันก่อน ซึ่งเชื่อว่าน่าจะอยู่ที่ประมาณ 200-300 ชุด

จำนวนโต๊ะที่เตรียมไว้น่าจะประมาณ 2000 ที่ (โต๊ะละ 10 ที่) แบ่งเป็นโซนย่อย ๆ 4 โซน มีหมายเลขโต๊ะกำกับสัมพันธ์กับบัตร ซึ่งได้แก้ปัญหาอีกข้อจากปีที่แล้วที่ให้มานั่งกันตามอัธยาศัย ซึ่งผมเชื่อว่าระบบแบบนี้ดีกว่าแบบปีที่แล้วในความคิดเห็นของผม

บัตรงาน MU Blue Night 6 (อภินันทนาการจากคณะวิทยาศาสตร์ ม.มหิดล)

ผมไปถึงงานประมาณ 18:10 นักร้องท่านแรกกำลังแสดงโชว์อยู่ แต่เพื่อให้ได้คูปองทานอาหารมา จึงต้องไปลงทะเบียนเข้างาน เพื่อรับของที่ระลึก รับคูปองอาหาร และหย่อนหางบัตรลุ้นรับรางวัลในการจับสลากภายในงาน

คูปองและยาฉีดกันยุง ของที่ระลึก MU Blue Night 6

ปีที่แล้วได้ของที่ระลึกเป็นพระหนึ่งองค์ ปีนี้ได้ของที่ระลึกเป็นยากันยุง ซึ่งไม่แน่ใจว่าเป็นเพราะปีที่แล้วมียุงเยอะหรือไม่ แต่ปกติศาลายาก็มีชื่อเล่นว่าศาลายายุงอยู่แล้ว การให้ของที่ระลึกเป็นยากันยุงก็ไม่ใช่เรื่องแปลก แต่ก็แปลกที่คิดว่ายากันยุงจะเป็นของที่ระลึกสำหรับงานคืนสู่เหย้าอยู่ดี

คูปองอาหารแบ่งเป็น 3 สี ได้แก่อาหารเรียกน้ำย่อย สีชมพู อาหารหลัก สีเหลือง และของหวานและผลไม้ เป็นคูปองสีเหลือง ซึ่งแน่นอนว่าผมใช้จนหมดก็ยังไม่อิ่ม แต่ได้คูปองอภินันทนาการมาจากท่านที่ทานน้อยกว่ามาเสริม จนตอนหลังเหลือคูปองสีเหลืองกลับบ้านเป็นที่ระลึก ซึ่งไม่ใช่ว่าอิ่ม แต่คิวของหวานที่อยากทานมันยาวมาก (ไอศครีมกะทิ มะพร้าวน้ำหอม) มีของอย่างอื่นที่ไม่มีคิว แต่ไม่ได้อยากกิน ก็เลยไม่ได้ไปต่อคิว

MU Blue Night 6 VIP

ช่วงหนึ่งของงาน ศ.ดร.ยงยุทธ ยุทธวงศ์ (ขวาสุด) มาร่วมรับประทานอาหารที่โต๊ะ กับท่านคณบดี คณะวิทยาศาสตร์ (ซ้ายสุด)

บาร์บีคิวเนื้อ

อาหารอย่างแรกที่ไปต่อคิวมาคือบาร์บีคิวเนื้อ ซึ่งที่จริงแล้วหากเลือกทานไก่หรือหมู คงได้กลับมานั่งทานนานแล้ว แต่หากต้องการเนื้อ ต้องคอยพอสมควร พ่อครัวทางร้านก็เข้าใจ พอได้ปุ๊บก็เรียกไปรับทันที ตอนหลังกลับไปร้านเดิมเพื่อลองบาร์บีคิวหมูอีก แต่คิดว่าบาร์บีคิวเนื้ออร่อยกว่า ช่วงสองทุ่มได้คูปองมาเพิ่มจากผู้มีอุปการะคุณ ว่าจะไปลองบาร์บีคิวไก่ แต่ปรากฎว่าขายหมดและเก็บร้านแล้ว

กระเพาะปลา 2 ร้าน

ผมใช้คูปองสีเหลืองทั้งหมดไปกับกระเพาะปลา ที่พบว่ามีอยู่สองร้าน ก็เลยลองทั้งสองร้าน พบว่ามีความแตกต่างกันทั้งเนื้อของกระเพาะปลาที่ใช้ น้ำซุป ซึ่งผมคิดว่าร้านที่สอง (ภาพขวา) รสเค็มเกินไป

น้ำส้มคั้น ผสมเนื้อส้มเป็นชิ้น ๆ

ใช้คูปองสีเขียวไปกับน้ำส้มหนึ่งขวด ซึ่งหวานสดชื่น (หรือว่าหวานไปจนแสบคอ) มีเนื้อส้มเป็นชิ้น ๆ จริงที่เกือบติดคอเพราะคิดว่าเป็นแค่การผสมเกล็ดส้มชิ้นเล็ก ๆ

ไอติมมะพร้าวน้ำหอม

อ.ยงยุทธ์สั่งมาเผื่อท่านผู้บริหารที่โต๊ะ แต่มีเหลือมาถึงผมถ้วยหนึ่ง การเดินทางอันแสนไกลจากซุ้มอาหารมายังโต๊ะ ทำให้บางส่วนละลายไป น่าเสียดายที่ช้อนในงานเป็นช้อนพลาสติก ยากที่จะใช้ขูดเอาเนื้อมะพร้าวจากภาชนะใส่ไอติมที่เห็นมากินต่อได้

ข้อมูลประจำโต๊ะ

มีร้านอาหารหลากหลายมากในงานครั้งนี้ ยากที่จะลองให้ได้จนครบทั้งหมด บางร้านที่มีอาหารที่คนต้องการยังคงมีคิวยาวอยู่ แต่ก็มีร้านจำนวนมากกว่าที่ไม่มีคิวเลย ดังนั้นในภาพรวมด้านอาหารปีนี้ถือว่าทำได้ดีเกินคาด และพัฒนาปรับปรุงให้เห็นได้อย่างเด่นชัดกว่าปีที่แล้วมาก ยกเว้นบางท่านที่วิจารณ์ถึงรสชาติและความหลากหลายของอาหารว่าสู้ในปีก่อน ๆ ไม่ได้ แต่เรื่องของความอร่อยก็คงเป็นเรื่องของแต่ละบุคคล

ดนตรี และกิจกรรมต่าง ๆ โดยเฉพาะผลการประกวดเพลงเพื่อสุขภาพ เป็นสิ่งที่ดำเนินไปในงาน แต่ผมก็ไม่ได้สนใจเท่าไหร่ 555 ประกอบกับปีนี้แทบจะเรียกได้ว่าไม่ได้มีเพื่อนร่วมรุ่นไปร่วมงานกัน ก็เลยสนใจแต่อาหารและการเปลี่ยนแปลงจากปีที่แล้ว

สุดท้ายผมก็ประเมินงานในแบบสอบถามว่า “อาหารดี ดนตรีไพเราะ” ก่อนจะปิดงาน (แน่นอนว่าไม่ปีโชคในการจับสลากหางบัตรเช่นเคย)

พบกันใหม่ปีหน้า MU Blue Night 7 ซึ่งคงตรงกับวันอาทิตย์ที่ 2 มีนาคม 2563 โดยมีคณะแพทยศาสตรศิริราชพยาบาล เป็นเจ้าภาพหลัก

GoodNotes 5

เมื่อพบว่าไม่ต้องจ่ายเงินเพิ่มในการอัพเกรดจาก GoodNotes 4 ไปเป็น GoodNotes 5 ก็เลยต้องรีบจัดการดาวน์โหลดมาในทันที ทั้งนี้เป็นเพราะทางผู้ขายได้จัดเป็นชุดรวมทั้งสองเวอร์ชันเข้าไว้ด้วยกัน และถึงแม้ว่าจะแพงกว่าเวอร์ชัน 4 เปล่า ๆ แต่สำหรับคนที่ซื้อเวอร์ชัน 4 ด้วยราคาเต็มมาแล้ว (279 บาท) จะได้เวอร์ชัน 5 มาแบบไม่ต้องจ่ายเงินเพิ่ม

เลือก GoodNotes 5 Upgrade Bundle จาก App Store

แม้ว่า GoodNotes 5 จะมีฟังก์ชันให้สามารถนำไฟล์เอกสารจากเวอร์ชัน 4 มาใช้ในเวอร์ชันนี้ได้เลย แต่ผมตัดสินใจว่าจะไม่ย้าย เพราะเรายังสามารถเก็บทั้งสองแอพฯ ไว้บนเครื่องได้ และยังไม่มีความจำเป็นที่จะต้องลบเพื่อคืนพื้นที่หน่วยความจำ ประกอบกับไม่มั่นใจว่าเวอร์ชัน 5 จะทำอะไรได้บ้างหรือทำอะไรไม่ได้บ้างจากที่ต้องใช้ในเวอร์ชัน 4 เพราะจากการดูท่านอื่น ๆ รีวิวหรือพรีวิวแล้วก็พบทั้งคนที่นำไฟล์จากเวอร์ชัน 4 มายังเวอร์ชัน 5 และมีท่านที่ตัดสินใจว่าคอยดูลาดเลาไปก่อน

ทดสอบระบบ GoodNotes 5

ทดสอบอุปกรณ์ต่าง ๆ ของ GoodNotes 5

รีวิวเบื้องต้น พบว่าในภาพรวมอุปกรณ์ส่วนใหญ่อำนวยความสะดวกและเพิ่มความหลากหลาย ทำให้น่าใช้มากขึ้น ผู้ใช้เวอร์ชัน 4 เดิมอาจยังคงต้องเรียนรู้เพิ่มเติม แต่ทางผู้ผลิตก็คงสภาพโปรแกรมเอาไว้มากทีเดียว ทำให้การเรียนรู้เครื่องมือและวิธีการใช้งานต่าง ๆ คงไม่เป็นอุปสรรค์ สิ่งที่เวอร์ชัน 4 มีแต่เวอร์ชัน 5 ตัดออกไป หรือยังไม่มี หรือมีแต่ไม่เหมือนเดิม ก็พอหาทางใช้งานทดแทนกันไปได้จนไม่ถึงกับว่าต้องเลิกใช้ แล้วกลับไปใช้เวอร์ชัน 4

GoodNotes 5’s Doodles

ทดลองส่งออกไฟล์จาก GoodNotes 5 ให้เป็นภาพ JPG ไปยัง Google Drive โดยจะได้ไฟล์ ZIP ปรากฎที่โฟล์เดอร์หลักของไดร์ฟ ในกรณีนี้ได้ไฟล์ขนาด 22.3 MB จากเอกสาร 40 หน้า (เฉลี่ย 0.56 MB ต่อหน้า) และขนาดของแอพฯ รวมกับไฟล์งานทั้งหมดภายใต้ GoodNotes 5 ขณะนี้อยู่ที่ 447.3 MB เทียบกับขนาดรวมทั้งหมดของ GoodNotes 4 อยู่ที่ 457.8 MB

สำหรับคนที่ยังมี GoodNotes หากชอบใจก็แนะนำให้ซื้อ เพราะด้วยราคาเท่านี้ ก็ใช้งานคุ้มไปแล้วหลายตลบ สำหรับคนที่ชอบจดงานบนแท็บเล็ต สำหรับคนที่พอใจกับเวอร์ชัน 4 ก็ยังไม่จำเป็นต้องเปลี่ยน แต่ถ้าไม่ต้องเสียเงิน และไม่ได้มีปัญหาเรื่องหน่วยความจำก็ดาวน์โหลดแบบจัดชุดมาได้เลยไม่ต้องคิดมาก

ลิงก์ที่เกี่ยวข้อง

ภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล จะจัดงานทำบุญปีใหม่ของภาควิชาและงานสังสรรค์ปีใหม่ให้กับอาจารย์ เจ้าหน้าที่ และนักศึกษา ซึ่งจะมีการจับสลากของขวัญให้กับนักศึกษาด้วย ในการนี้ผมจึงต้องออกไปหาของขวัญมาจับสลากด้วยเหมือนกัน

ตุ๊กตาสัตว์น้อย
พวงกุญแจสัตว์น้อย

ปีที่แล้วนำ “กำเนิดสปีชีส์” ฉบับปกแข็งพิมพ์จำนวนจำกัดพร้อมลายเซ็นต์ผู้แปลทั้งเจ็ดมาจับสลากด้วยหนึ่งเล่ม แต่รู้สึกว่าก็จะมีนักศึกษาเพียงคนเดียวที่ได้ไป ในปีนี้จึงเปลี่ยนแนวคิดมาเป็นเพิ่มจำนวนชิ้นดีกว่า ก็เลยไปเลือกซื้อพวกตุ๊กตามาจากร้าน Komonoya ที่ชั้น 3 เซ็นทรัลศาลายา มาเป็นจำนวนหนึ่ง ซึ่งก็หวังว่านักศึกษาที่ได้ไปคงจะชอบ

ปล. ในตอนแรกหากหนังสือแปล The Malay Archipelago ของ Alfred Russel Wallace ตีพิมพ์สำเร็จ คงจะเอามาเป็นของขวัญเหมือนกัน แต่ดูเหมือนจะไม่ทัน

ลิงก์ที่เกี่ยวข้อง:

Paper by WeTransfer

ทดลองใช้แอพฯใหม่ชื่อ Paper โดย WeTransfer (ในปัจจุบัน)

paper.sketches.1
N95 Mask

ภาพหน้ากาก N95 ที่กำลังเป็นที่กล่าวถึงว่าหายากในวันที่กรุงเทพมีแต่ฝุ่น วาดเล่น ๆ ด้วย Paper พยายามใช้ปากกาคอแร้งหรือปากกาหมึกซึม (fountain pen) แต่เส้นที่ออกมาดูไม่เหมือนเป็นเส้นจากปากกาหมึกซึมเท่าไหร่ ไม่เหมือนตอนที่ลองเล่น ๆ บนภาพแรก ซึ่งอาจจะเป็นเรื่องความเร็วในการวาดเส้นอย่างช้า ๆ ไม่ได้ตวัดอะไรก็เป็นได้

การเปลี่ยนขนาดปากกาหรือพู่กันในเวอร์ชันฟรีไม่ได้ เป็นอุปสรรคนิดหน่ย แต่อาจใช้การซูม (zoom) ภาพเพื่อวาดหรือลงสีในรายละเอียดได้อย่างพอกล้อมแกล้ม

ในมุมมองที่เป็นหน้าจอสมุดบันทึกแบบปีกผีเสื้อ (Butterfly) สามาถส่งภาพออกมาด้วยฟังก์ชันของ iOS เช่นบันทึกเป็นภาพ ในที่นี้ในสมุดมีหนึ่งภาพ จะได้ภาพจากทั้งหน้ามาเลย แล้วเอามาครอบอีกทีบน iPad จากนั้นอัพโหลดขึ้น WordPress จากแอพฯ ของมันบน iPad แล้วก็มาโพสต์ในบลอกเช่นที่เห็น

หน้ากาก N95 วาดบน PC ด้วย Bamboo Paper และ Bamboo Pen & Touch

เปรียบเทียบภาพที่วาดบนคอมฯ ด้วยโปรแกรม Bamboo Paper ที่คงต้องกล่าวไว้ก่อนเลยว่าเบสิคกว่าแอพ Paper เพราะเป็นเวอร์ชันฟรีเหมือนกัน (จริง ๆ เคยลองเครื่องมือของตัวฉบับเต็ม แต่คิดว่ามีโปรแกรมพวกนี้เยอะหลายตัวแล้วไม่อยากลงทุนเพิ่ม)

สิ่งแตกต่างอย่างเห็นได้ชัดกับการวาดภาพสองเวอร์ชันนี้คือแบบที่วาดบนหน้าจอเลยกับการวาดบนแท็บเล็ตดำ ๆ ที่ภาพปรากฎบนหน้าจอคอมฯนั้นใช้ทักษะในการวาด หรือทักษะที่ควบคุมมือจากการมองเห็นด้วยตาที่แตกต่างกันมาก ๆ ดังนั้นหากต้องการบำรุงสมอง ก็ควรวาดบนคอมฯ และใช้แท็บเล็ตวาด หากไม่ต้องการฝืนมากนัก ก็วาดด้วยเทคโนโลยีสมัยนี้ที่วาดกันบนหน้าจอไปเลยก็ได้

ทั้งสองตัวให้สีกระดาษพื้นหลังไม่ขาวเสียทีเดียว ทำให้ไม่เนียนไปกับพื้นหลังของบลอกที่เป็นสีขาว

ลิงก์ที่เกี่ยวข้อง