ความเดิมตอนที่แล้ว (ตอนที่ 16)
ระหว่างพักผ่อนในเมืองบรูม่า มีคนสองคนแอบเข้ามาหาถึงในห้องพัก คนหนึ่งชวนเราเข้าพรรคภราดรภาพแห่งความมืด อีกคนก็ชวนเข้าสมาคมโจรอาชีพ แต่ตัดสินใจว่าจะไม่สนพวกสองคนนี้ เลยนอนต่อ
เป้าหมายของวันนี้คือภาระกิจขอกำลังหนุนให้กับเมืองบรูม่าในการป้องกันฐานที่มั่นจากพวกอสูรแห่งนรก
เมืองที่จะเดินทางไปขอกำลังหนุนคือเมืองคอร์รอล ซึ่งถ้าจำไม่ผิดก็เป็นเมืองแรกที่เดินทางมาตามคำขอขององค์จักรพรรดิ์อูเรียล เซ็บติม และนายทหารบารัส ที่เรานำเอาเครื่องรางแห่งกษัตริย์มาส่งให้กับจ๊วบฟรีในตอนแรกๆนั่นเอง (ดูตอนที่ 1)
พบกับท่านเจ้าเมืองคอร์รอลในปราสาท (มีองครักษ์ด้วยคนนึง)
ท่านเจ้าเมืองชื่ออาร์เรียน่า วัลก้าผู้ซึ่งนั่งอยู่เบื้องหน้านี้ ไม่มีอารมณ์จะช่วยเราหากไม่มีใครช่วยหาภาพของสามีหรือเจ้าเมืองคนก่อนที่หายไปนั่นเอง
ดังนั้นจึงเป็นหน้าที่เราที่จะต้องไขคดีภาพวาดท่านเจ้าเมืองที่หายไปเสียก่อน แล้วค่อยขอกำลังคนไปช่วยเมืองบรูม่าในภายหลัง
นอกจากท่านเจ้าเมืองอาร์เรียน่าเองแล้ว ยังมีตัวละครที่เกี่ยวข้องอยู่อีกหกคน ไม่ว่าจะเป็นทหารองครักษ์ พ่อบ้านประจำปราสาท คนงาน คนสวน หัวหน้าทหารยาม และจอมเวทย์ประจำปราสาท
ข้อมูลที่ได้มาก็คือว่าในคืนเกิดเหตุนั้น ภาพวาดของท่านเจ้าเมืองคนก่อนได้หายไปจากห้องของนางอาร์เรียน่า ซึ่งในบรรดาคนใกล้ชิดที่อาจเข้าไปเอาภาพมาได้ อาจมีข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อการสอบสวนคดี
สิ่งที่ต้องทำคือการสอบถามว่าแต่ละคนทำอะไรอยู่ในคืนเกิดเหตุ และหาหลักฐานมัดตัวคนผิด และนำคนผิดมาลงโทษให้ได้
- เจ้าเมืองอาร์เรียน่าไม่อยู่ในคืนเกิดเหตุเช่นเดียวกับองครักษ์ของนาง
- พ่อบ้านบอกว่าคนสวนต้องการเงินเพราะติดเหล้า
- คนสวนบอกว่าไม่ได้ไปไหนเพราะฝนตก
- คนงานอารมณ์ไม่ดีเมื่อโดนถาม เลยยังไม่ได้ข้อมูล
- หัวหน้าทหารยามบอกว่าลาดตระเวณเมืองอยู่
- จอมเวทย์หญิงบอกว่าไปดูดาวแล้วกลับมาที่ห้อง
ใครคือคนโกหก?
ดูเหมือนว่าคนงานที่ฉุนเฉียวเพราะถูกถามนู่นนี่นั่นน่าสงสัย แถมยังต้องการเงินเพราะติดเหล้า?
นายออร์กนอล์ฟยอมคุยด้วยในที่สุด (หลังจากติดสินบนด้วยเงินเล็กๆน้อยๆเป็นสินน้ำใจ) ว่าคืนนั้นน่ารำคาญมากเพราะรถม้าส่งของติดหล่มเพราะฝนตก)
หากนำข้อมูลทั้งหมดมารวมกัน ดูเหมือนว่าเราได้พบคนโกหกแล้ว!
หากเรื่องฝนที่ตกมาในคืนนั้นเป็นจริง เพราะหลายคนให้การไปในทางเดียวกัน คนที่อุตสาห์ไปดูดาวได้ในคืนฝนตกก็มีชาเนล จอมเวทย์หญิงประจำปราสาทเพียงคนเดียวเท่านั้น!
ภาพวาดน่าสงสัยในหอตะวันตก
คำให้การอย่างเดียวคงใช้ปรักปรำใครไม่ได้ ต้องหาข้อมูลและหลักฐานเพิ่มอีก และดูเหมือนว่าหลักฐานก็ยังคงชี้ไปที่ชาเนล ไม่ว่าจะเป็นภาพวาดปราสาทในหอตะวันตก ที่บังเอิญมีคนเห็นชาเนลชอบไปบอกว่าฝึกเวทย์มนต์อยู่
ระหว่างที่ชาเนลหลับ เราได้แอบเข้าไปหาหลักฐานเพิ่มจนพบอุปกรณ์วาดภาพที่ดูเหมือนจะซ่อนไว้ไม่ให้ใครเห็น แล้วยังมีร่องรอยสีสำหรับวาดภาพเปื้อนบนพรมในห้องทานข้าวอีก (อันนี้ไม่รู้เกี่ยวข้องยังไง)
เมื่อจับได้ว่าชาเนลโกหกเรื่องที่อยู่ในคืนเกินเหตุ ประกอบกับหลักฐานแวดล้อมที่พบ ชาเนลจึงยอมบอกความจริง (หลังจากที่ต้องใช้เงินติดสินบนให้ไปอีกเช่นกัน …เฮ้อ) ว่าภาพวาดของท่านเจ้าเมืองคนก่อนเป็นฝีมือวาดของเธอให้ท่านเจ้าเมืองเอง และไม่พอใจในการประทำของอาร์เรียน่า จึงแอบไปเอาภาพมาซ่อนไว้
ปิดคดี!
ดูเหมือนชาเนลจะยอมรับผลของการกระทำ และก็คงไม่ได้อยากอยู่ที่ปราสาทนี้อีกต่อไป ส่วนอาร์เรียน่าเองก็ได้ภาพกลับมาก็ลงโทษชาเนลแค่การขับชาเนลออกจากปราสาทไปในที่สุด
ในที่สุดท่านเจ้าเมืองก็มีอารมณ์จะคุยเรื่องอื่นนอกจากเรื่องภาพวาด แต่จะให้ทหารไปช่วยเมืองบรูม่าคงทำไม่ได้ หากนอกเมืองคอร์รอลยังมีประตูนรกเปิดอยู่ใกล้ๆ
ปิดประตูนรกนอกเมืองคอร์รอล!
กลายเป็นเรื่องที่รู้ๆกันไปแล้วว่าหากต้องการกำลังหนุนจากเมืองใด ก็ต้องช่วยปิดประตูนรกนอกเมืองให้ก่อน
สำหรับประตูนี้เป็นแบบที่วกวนไม่น้อย เพราะทางเข้าหลักถูกประตูยักษ์ปิดไว้ ทำให้ต้องเข้าไปในหอคอยย่อยเพื่อเปิดประตูยักษ์ให้ครบทุกบานก่อนจึงจะเข้าไปในหอคอยกลาง และเอาหินพลังงานออกเพื่อปิดประตูลงได้
พูดถึงหินพลังงานจากประตูนี้ มีพลังวิเศษทำให้พรางตัวได้ตลอดเวลา (15%) ด้วย เลยนำมาสร้างแหวนเวทย์มนต์แห่งการกลมกลืนขึ้นหนึ่งวง ยังไม่รู้ว่าจะเอาไปใช้อะไรได้บ้าง แต่ก็สร้างเก็บไว้ก่อน
ทหารจากเมืองคอร์รอลมาแล้ว!
หลังจากปิดประตูนรกนอกเมืองคอร์รอลสำเร็จ ท่านเจ้าเมืองก็มอบหมายให้ทหารมาประจำที่เมืองบรูม่าให้ทันที
แผนการต่อไปคงเป็นการขอกำลังทหารจากเมืองที่เหลือ แต่ยังไม่ได้คิดว่าจะไปเมืองไหนต่อดี
ลิงก์ที่เกี่ยวข้อง:
Comments on: "TES4 Oblivion ตอนที่ 17 ขอกำลังหนุนจากเมืองคอร์รอล" (3)
[...] อ่านต่อตอนที่ 17 ขอกำลังหนุนจากเมือง… [...]
[...] [...]
[...] (ตอนที่ 17) [...]